HONDA e || Urban EV เน้นความคล่องตัว ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง

369 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อมูล : HONDA EU
เรียบเรียง : Pitak Boon

ตัวอักษร ‘e’ ย่อมาจาก ‘electric’ สำหรับ HONDA หมายถึง Pure EV หรือยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% แม้จะเป็นรถบอดี้กะทัดรัด แต่ HONDA ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำยานยนต์ไฮบริดนับตั้งแต่ยุคเริ่มต้น พร้อมจัดเต็มในส่วนของระบบขับเคลื่อน

จากนั้นเติมเต็มด้วยของเล่นไฮเทค อาทิ Side Camera Mirror System ที่รถหรูโมเดลใหม่จากฝั่งยุโรปก็ยังไม่มีใช้ และระบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กล้อง เพื่อใช้งานทดแทนกระจกมองข้าง หรือให้ประโยชน์ทางอากาศพลศาสตร์เท่านั้น แต่ถูกออกแบบมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัย (Active Safety) ช่วยลดมุมอับ ให้ทัศนวิสัยรอบตัวถังที่ชัดเจน ในทุกสภาพภูมิอากาศด้วย

จากกระจกมองข้างที่เราคุ้นเคย ใน HONDA e ได้ยกระดับไปใช้กล้องดิจิตอลขนาดเล็กก่อนใคร ตัวกล้องวางตามแนวยาว ด้วยรูปทรงลูลมตามหลักแอร์โร่ไดนามิค จึงช่วยลดเสียงลมปะทะ ต่อเนื่องไปจนถึงลดแรงต้าน และลดการใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า


ภาพจากกล้องทั้ง 2 ตัว จากแนวข้างตัวถังจะถูกส่งไปแสดงผ่านจอที่ส่วนปลายทั้ง 2 ฝั่ง ของคอนโซลหน้า เป็นตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับกระจกมองข้างที่ผู้ขับคุ้นเคย โดย Side Camera Mirror System ถูกนำมาใช้เพื่อลดข้อจำกัดของกระจกมองข้างดั้งเดิม

โดยเฉพาะเรื่องทัศนวิสัยการมองเห็นในบางสภาวะการขับขี่ อาทิ ฝนตกหนัก หรือ เม็ดฝนที่เกาะอยู่บนผิวกระจก ทั้งกระจกหน้าต่างและกระจกมองข้าง หรือแม้แต่การขับรถในตอนกลางคืน ที่แสงสว่างจากไฟหน้ารถที่วิ่งตามกันมา ก็สร้างอุปสรรคในการมองได้เช่นกัน



HONDA e มีน้ำหนักทั้งคัน 1,514 กิโลกรัม พร้อมการกระจายน้ำหนักที่สมดุลในระดับ 50:50 ทั้งหมดเกิดจากการวางแบตเตอรี่ไว้ระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง หรือบริเวณใต้พื้นห้องโดยสาร วางชุดควบคุมระบบไฟฟ้าไว้ด้านหน้า และวางชุด Powertrain หรือมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ด้านหลังเพื่อขับเคลื่อนล้อหลัง เพลทฟอร์มของ

HONDA e พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด Lightweight and high-strength Platform ต้องเบาและแข็งแรง สำหรับแบตเตอรี่จัดอยู่ในประเภท ‘ลิเธียมไอออน’ ขนาด 35.5 kWh ตัวเรือนแบตเตอรี่ซีลกันฝุ่นกันน้ำ และใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ เพื่อสร้างความเสถียรในการจ่ายไฟในทุกสภาพอุณหภูมิ

 

HONDA e ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามีให้เลือก 2 ระดับความแรง เริ่มที่ 100 kW (136 PS) และ 113 kW (154 PS) แรงบิดสูงสุดเท่ากันที่ 350 Nm เวอร์ชันประหยัดทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 9.0 วิ. ส่วนเวอร์ชันแรงลดเหลือ 8.3 วิ. ท็อปสปีดของทั้งคู่ระบุมาที่ 145 กม./ชม. วิ่งได้ไกล 222 กิโลเมตร/ชาร์จ (WLTP)

เมื่อชาร์จผ่านสถานีชาร์จ DC,100 kW สามารถชาร์จแบตเต็ม 80% ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง หากชาร์จจากจุดชาร์จ AC, 7.4 kW จาก 0-100% ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จผ่านไฟบ้าน AC, 2.3 kW จาก 0-100% ต้องชาร์จราว 18.8 ชั่วโมง


ห้องโดยสารของ HONDA e ใช้ดีไซน์ที่ถูกเรียกว่า lounge-like เน้นความโอ่โถง โล่ง ดูสบาย ๆ เหมือนนั่งชิลอยู่บ้าน คอนโซลหน้าสไตล์ Minimal เรียบง่ายและกะทัดรัด ทีมออกแบบไม่ละเลยเรื่องคุณภาพวัสดุ

คอนโซลหน้าวางจอแสดงผลต่าง ๆ เกือบเต็มพื้นที่นับรวมได้ 5 จอ ได้แก่ จอหลังพวงมาลัยแสดงข้อมูลการขับขี่, จอคู่ LCD ขนาด 12.3 นิ้ว/จอ แบบทับสกรีนบริเวณกลางคอนโซลรองรับในส่วนแผนที่ และ อุปกรณ์ Infotainment ทั้งหมด ให้มุมมองแบบ full-wide digital ปิดท้ายด้วยจอมุมคอนโซลทั้ง 2 ฝั่ง ใช้แสดงผลให้ระบบ Side Camera Mirrors นั่นเอง


นอกเหนือ Side Camera Mirrors หรือกล้องด้านข้าง HONDA e ยังติดตั้งกล้องด้านหน้าและด้านหลังรถ อีกตำแหน่งละตัว รวมทั้งหมด 4 ตัว โดยกล้องหลังจะส่งภาพท้ายรถ ไปแสดงผ่านกระจกมองหลังด้วยหลักการเดียวกัน กล้องทุกจุดจะทำงานร่วมกับ Sonar Sensors รอบตัวถังจำนวน 12 ตัว เพื่อรองรับระบบ Parking Pilot ที่ใช้ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าพร้อมระบบแปรผันอัตราทด สร้างความสะดวกในการเข้าจอดแบบอัตโนมัติ

ปัจจุบัน ผู้นำเข้าอิสระหลายเจ้าในบ้านเรามี HONDA e จอดโชว์ไว้เรียบร้อย ท่านใดชอบรถเล็ก เน้นความคล่องตัวสไตล์ HONDA แวะไปชมตัวจริงกันได้เลย.



Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้