Honda Civic Type R(FL5) แรงที่สุดในตระกูลซีวิค..พร้อมให้จองปีหน้าในจำนวนจำกัด!!

360 จำนวนผู้เข้าชม  | 

นอกจากการนำยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ e:Prototype มาให้ชาวไทยได้ชื่นชมกันในงาน Motor Expo 2022 กันแล้วนั่น ฮอนด้า ยังได้ปล่อยหมัดเด็ดนำ สปอร์ตฮอตแฮทช์ ซึ่งแรงสุดขั้ว และเป็นที่ต้องการของสาวกรถซิ่ง รถแรงในบ้านเรา กับการนำ Civic Type R(FL5) มาโชว์ให้ยลโฉมก่อนเปิดให้รับจองในช่วงต้นปีหน้า และมีโควตา จำกัด อีกต่างหาก


Civic Type R(FL5) ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Civic FL บอดี้แฮทช์แบค แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์เส้นสายของบอดี้ในบางจุด รวมไปถึงเพิ่มชุดแอโร่พาร์ทรอบคัน อาทิเช่น กันชนหน้า และกระจังหน้าที่มีช่อดักลมขนาดใหญ่ และออกแบบมาให้ทุกช่องดักลมมีประโยชน์ใช้สอยกับการระบายความร้อนในจุดต่างๆ ให้สูงที่สุด เช่นเดียวกับฝากระโปรงหน้าน้ำหนักเบา ที่มีการเจาะรูรีดอากาศ และระบายความร้อนให้กับห้องเครื่อง




แก้มบังโคลนคู่หน้ามีการดึงโป่งให้มีขนาดใหญ่ และอวบขึ้น เพื่อรองรับการการขยับขยายฐานล้อ และล้อที่มีความกว้างมากขึ้นกว่าเดิม ซุ้มล้อหลังก็มีการดึงโป่งให้อวบอูมเช่นเดียวกับทางด้านหน้า พร้อมกับติดตั้งชุดไซส์สเกิร์ตช่วยในการรีดลม และลดกระแสลมที่จะหมุนวนอยู่ใต้ท้องรถ เช่นเดียวกับ กันชนหลัง ซึ่งออกแบบให้มีชุด Diffuser คอยรีดไล่กระแสลมให้ออกจากใต้ท้องรถได้ไวยิ่งขึ้น และเพิ่มความดุดันด้วยชุดท่อไอเสียที่ปล่อยออก 3 รู ตรงกลาง สปอยเลอร์ท้ายขนาดพอเหมาะยกขนสูงเพื่อช่วยเพิ่มแรงกด Down Force ที่ความเร็วสูงกดท้ายรถให้นิ่งสนิท

ภายในห้องโดยสารยังคงใช้พื้นฐานจาก Civic FL เวอร์ชั่นทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เห็นถึงความแตกต่างคงหนีไม้พ้น เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต(เซมิ-บั๊กเก็ทซีท) หุ้มหนังอาคันทาร่าสีแดงสด(ตามสไตล์ Type R) เช่นเดียวกับพวงมาลัยแบบ 3ก้าน พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่น เพิ่มความร้อนแรงด้วย โลโก้ H สีแดง พร้อมกับหัวเกียร์แบบ อลูมิเนียม



หน้าจออินโฟเทนเท้นท์ขนาด 10.2 นิ้ว มีการเพิ่มฟีเจอร์พิเศษสำหรับ Type R โดยเฉพาะ อาทิเช่น Honda LogR มันคือ Datalog ไว้บันทึกพฤติกรรมของผู้ขับขี่ สามารถบันทึกได้ทั้งรูปแบบข้อมูล หรือไฟล์วีดีโอ, Performance Monitor Features สามารถแสดงผลการทำงานต่างๆ ของตัวรถ ให้ผู้ขับขี่ทราบเท่าที่จำเป็นในขณะหวดอยู่ในสนามแข่งอาทิ อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง แรงดันน้ำมันเครื่อง แรงดันบูสท์เทอร์โบ ความชื้นสัมพันธ์ของอากาศภายนอก วัดแรง G หรือแม้กระทั่งค่าความเสียดทานของยางแต่ล่ะเส้น, Drive Mode สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 รูปแบบ ประกอบด้วย Comfort, Sport, +R และ Individual

เครื่องยนต์ของ Civic Type R(FL5) มาพร้อมกับเครื่องยนต์รหัส F20C แบบแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พ่วงระบบ VTEC+VTC พร้อมระบบอัดอากาศ เทอร์โบชาร์จ และอินเตอร์คูลเลอร์ เหมือนกับ Type R ตัวก่อนหน้านี้ แต่สำหรับ Type R(FL5) มีการอัพเกรดใส่ในอาทิ แค็มชาฟท์, เทอร์โบลูกใหม่ และกล่อง ECU มีการแม็ฟปิ้งใหม่ จนรีดเค้นแรงม้าได้มากถึง 330 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-ม. ที่ 2,600-4,000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลังมีเพียงเฉพาะ ชุดเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อมระบบ Revmatch System โดยอัตราทดเกียร์ยังเท่ากับ Type R รุ่นก่อนหน้านี้ มีเปลี่ยนเฉพาะอัตราทดเฟืองท้ายใหม่จาก 4.111 มาเป็น 3.842 เพื่อเน้นความเร็วปลายให้สูงขึ้น ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั่น


ระบบกันสะเทือนมีการปรับเปลี่ยนในหลายๆ ส่วนอาทิเช่น ปีกนกด้านหน้าได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม เช่นเดียวกับทางด้านหลังที่มีการอัพเกรดให้รับแรงบิด แรงเค้น จากกาขับขี่ที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ช็อคอับ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ปรับเปลี่ยนเซ็ทติ้งค่าความหนืดของช็อคอัพใหม่ทั้ง 4 ต้น เพิ่มค่าความแข็งของคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงใหม่ ระบบเบรกเลือกใช้ของ Brembo ยกชุดทั้ง 4 ล้อ โดยจานเบรกหน้ามีขนาดใหญ่ถึง 350 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์หน้าแบบ 4 พอท


ล้อแม็กเลือกใช้ขอบ 19 นิ้ว น้ำหนักเบา ช่วยลดโหลดภาระน้ำหนักใต้ฐานสปริงให้น้อยลง การทำงานของช่วงล่างกระชับฉับไวกว่าเดิม ยางเลือกใช้ 265/30 R 19 ทั้ง 4 เส้น

ตอนนี้สาวก ฮอนด้า และขาแรงที่ต้องการรถแรงจากโรงงาน ต่างเฝ้าจับตารอว่า ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จะกล้าเคาะราคาจำหน่ายอยู่ที่เท่าไหร่ และจะคว้าโควตามาจำหน่ายในเมืองไทยได้กี่คัน ต้นปีหน้ารู้กัน







 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้