ส.อ.ท. ชี้ยอดขายรถหด สวนทาง EV โตแรง จับตาสงครามดันเทรนด์ไฟฟ้า

53 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่าจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ทั้งสิ้น 117,952 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 0.37 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.43 เพิ่มขึ้นเพราะผลิตรถยนต์นั่งส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.83 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 55.98

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,242 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 34.75 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 2.17 ลดลงเพราะรถยนต์ไฟฟ้าขายลดลงร้อยละ 18.56 จากเดือนเดียวกันปี 2568 เพราะสิ้นสุดโครงการ EV 3.0 และรถกระบะกับรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในขายลดลงจากความเข้มงวดของสถาบันการเงิน

การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีทั้งสิ้น 117,952 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 0.37 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.43 เพิ่มขึ้นเพราะผลิตรถยนต์นั่งส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.83 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 55.98

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 236,338 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.87 
รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 34,951 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 8.47 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 15,396 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.79
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 3,846 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 71.54
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 770 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 65.42
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 14,939 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 15.67
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวน 76,486 คัน เท่ากับร้อยละ 32.36 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.50 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 34,171 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.87 
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 5,533 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 41.62 
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 2,495 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 43.19
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน  34,287 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 1.96
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีการผลิต

รถยนต์บรรทุก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 83,001 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 9.42 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 159,852 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 8.56
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 81,545 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 8.80 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 157,013 คัน เท่ากับร้อยละ 66.44 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 7.87 โดยแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 23,653 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 20.44
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 102,833 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 19.06
• รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 889 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 100 
• รถกระบะ PPV 29,638 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 0.62

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 1,456 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 60.53 รวมเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 2,839 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 67.79

ผลิตเพื่อส่งออก 
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 81,006 คัน เท่ากับร้อยละ 68.68 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 4.59 และเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 160,692 คัน เท่ากับร้อยละ 67.99 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 5.37
รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตเพื่อการส่งออก 16,458 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 22.83 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 36,909 คัน เท่ากับร้อยละ 48.26 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 34.94
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 64,548 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 0.77 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 123,783คัน เท่ากับร้อยละ 78.84 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 1.09 โดยแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 12,468 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 38.66
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 90,030 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 12.82
•  รถกระบะ PPV 21,285 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 14.92

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 36,946 คัน เท่ากับร้อยละ 31.32 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 0.97 และเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 75,646 คัน เท่ากับร้อยละ 32.01 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 10.19
รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 18,493 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 25.40 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ผลิตได้ 39,577 คัน เท่ากับร้อยละ 51.74 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ลดลงร้อยละ 14.98
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 16,997 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 55.98 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 33,230คัน เท่ากับร้อยละ 21.16 ของยอดการผลิตรถกระบะ และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 62.80 ซึ่งแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 11,185 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 18.93
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 13,692 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 108.47
• รถกระบะ PPV 8,353 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 88.22

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีการผลิต
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 1,456 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 60.53 รวมเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 ผลิตได้ 2,839 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 67.79

รถจักรยานยนต์ 
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 183,794 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 15.16 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 143,640 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 15.34 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 40,154 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 14.50
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 394,653 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 8.37 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 310,034 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 10.27 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 84,619 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 0.65

ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,242 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 34.75 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 2.17 ลดลงเพราะรถยนต์ไฟฟ้าขายลดลงร้อยละ 18.56 จากเดือนเดียวกันปี 2568 เพราะสิ้นสุดโครงการ EV 3.0 และรถกระบะกับรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในขายลดลงจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินเพราะเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้ออ่อนแอ การลงทุนจากต่างประเทศและของคนไทยยังรอความชัดเจนของรายชื่อรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาลใหม่ เหตุการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลกับอิหร่านซึ่งยังไม่ทราบว่าจะนานแค่ไหน สร้างความกังวลในเรื่องการส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อที่อ่อนแออยู่แล้วทรุดลงไปอีก ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตราวๆ 1.2% ซึ่งอาจกระทบยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศด้วย
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 28,635 คัน เท่ากับร้อยละ 59.36 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 6.84
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 9,330 คัน เท่ากับร้อยละ 19.34 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 20.24
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 6,168 คัน เท่ากับร้อยละ 12.79 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 18.56
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 352 คัน เท่ากับร้อยละ 0.73 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 55.33
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 79 คัน เท่ากับร้อยละ 0.16 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 12,706 คัน เท่ากับร้อยละ 26.34 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 18.98
รถกระบะมีจำนวน 12,998 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 1.41 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 94 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 168.57 รถกระบะ REEV ไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 5 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 รถ PPV มีจำนวน 4,277 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 43.76 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 1,282 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 12.95 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 12 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 939 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 24.64
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 150,801 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 2.16 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 2.19

ตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 รถยนต์มียอดขาย 122,218 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 25.49 แยกเป็น
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 84,635 คันเท่ากับร้อยละ 69.25 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 38.11
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 19,840 คัน เท่ากับร้อยละ 16.23 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 16.08
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 38,067 คัน เท่ากับร้อยละ 31.15 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 160.79
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,251 คัน เท่ากับร้อยละ 1.02 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 28.64
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 142 คัน เท่ากับร้อยละ 0.12 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 25,335 คัน เท่ากับร้อยละ 20.73 ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 18.99
รถกระบะมีจำนวน 24,502 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.69 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 173 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 343.69 รถกระบะ REEV ไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 8 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100 รถ PPV มีจำนวน 8,409 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 37.13 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 2,466 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.59 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 14 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 2,011 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 15.61
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 304,925 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 0.33

การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป 
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งออกได้ 81,195 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วร้อยละ 39.02 แต่ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 0.05 ลดลงเล็กน้อยแค่ 41 คัน ตลาดที่ลดลงมีเอเชีย ตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย ตลาดยุโรป ตลาดตะวันออกกลางยังคงเพิ่มขึ้นเพราะยังไม่มีการสู้รบกัน แต่รถยนต์ที่ส่งออกไปถึงช่องแคบฮอร์มูซ ไม่กล้าแล่นผ่าน ต้องไปจอดพักที่อินเดียและสิงคโปร์ ตะวันออกกลางเป็นตลาดใหญ่อันดับสามของการส่งออกรถยนต์ รถยนต์เป็นสินค้าที่มีมูลค่าส่งออก มากเป็นอันดับหนึ่งในเกือบทุกประเทศในตะวันออกกลาง จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการสู้รบจะยุติลงเมื่อไร เพราะปี 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยส่งรถยนต์ไปตะวันออกกลาง 200,001 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.61 จากปี 2567 เท่ากับร้อยละ 21.17 ของยอดส่งออกทั้งหมด 935,750 คัน มูลค่ามากกว่า 120,000 ล้านบาท โดยเป็นรถกระบะมากที่สุด 114,644 คัน รถยนต์นั่ง 61,958 คัน รถ PPV 23,359 คัน

นอกจากนี้ ยังส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา ตลาด อเมริกาเหนือ ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แบ่งเป็น ดังนี้

• รถกระบะ 51,472 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 63.39 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 1.99
• รถกระบะ BEV 52 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.06 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 10,738 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 13.22 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568ร้อยละ 2.67
• รถยนต์นั่ง BEV 907 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 1.12 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV
• รถยนต์นั่ง PHEV 41 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.05 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง PHEV
• รถยนต์นั่ง HEV 7,508 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 9.25 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 51.92
• รถ PPV 10,477 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.90 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 17.78
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 53,363.33 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.17 และเครื่องยนต์และชิ้นส่วนส่งออกลดลง ดังนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,986.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 10.80
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 14,327.53 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 11.71
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,949.78 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 12.22
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 72,626.94 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.91

รถจักรยานยนต์
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนส่งออก 72,588 คัน (รวม CBU + CKD) ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 8.21 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.04 โดยมีมูลค่า 5,086.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 9.47

• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 176.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 17.85
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 265.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 12.44

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,528.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 9.86

เดือนกุมภาพันธ์ 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 78,155.34 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.90

รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 139,600 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 2.76 แบ่งเป็น
• รถกระบะ 87,950 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 63 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 3.36
• รถกระบะ BEV 111 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.08 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 17,508 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.54 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 27.61
• รถยนต์นั่ง BEV 2,172 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 1.56 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง PHEV 41 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.03 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง HEV 14,219 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 10.19 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 91.66
• รถ PPV 17,599 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.61 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 15.98
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 92,455.91 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 5.96 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 5,855.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 4.38
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 28,797.66 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 7.78
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,736.07 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 15.18
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 130,844.97 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.25

รถจักรยานยนต์
เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 151,666 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1.01 มีมูลค่า 10,438.11 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 3.30
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 348.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 6.45
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 491.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 12.20
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 11,278.30 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 2.43

เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 142,123.27 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.95
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 (เฉพาะ รย.1)

เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 41,491 คัน โดยแบ่งเป็น
• ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 4,767 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.49
• ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 9,445 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 22.76
• ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 11,692 มีสัดส่วนร้อยละ 28.18
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 14,566 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 35.11
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,021 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.46

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนกุมภาพันธ์ 2569 
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 5,744 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 22.12 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 4,805 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.90
  o รถยนต์นั่งจำนวน 4,776 คัน
  o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 27 คัน
  o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 1 คัน
  o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 1 คัน
• รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 25 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 21.88
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 868 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 59.44
  o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 868 คัน
• รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 5 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 150
  o รถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน 3 คัน
• รถโดยสารมีทั้งสิ้น 16 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 25 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 21.88

เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน      51,412 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 52.74 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 46,941 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 167.35
  o รถยนต์นั่งจำนวน  45,219    คัน         
  o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 1,701  คัน
  o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน    11 คัน
  o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 10 คัน
• รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 98 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 53.13
• รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 12 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 500
  o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล 12 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 4,247 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.54
  o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 4,247 คัน
• รถโดยสารมีทั้งสิ้น 19 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 90
• รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 95 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 93.88

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนกุมภาพันธ์ 2569 
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,641 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 21.50 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 14,572 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 21.46
  o รถยนต์นั่งจำนวน 14,566    คัน
  o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน  1 คัน
  o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน    2  คัน
  o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 3 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 69 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 30.19
  o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 69 คัน

เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 31,865 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 24.50 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 31,749 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 24.68
  o รถยนต์นั่งจำนวน 31,730  คัน
  o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน  3  คัน
  o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 7  คัน
  o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน  9 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 116 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 11.45
  o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 116 คัน

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนกุมภาพันธ์ 2569 
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,021 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 0.10 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 1,021 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 0.10
  o รถยนต์นั่งจำนวน  1,021 คัน

เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน2,996 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 43.08 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 2,996 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 43.08
  o รถยนต์นั่งจำนวน 2,996 คัน   

 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 423,615 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 69.90 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 327,376 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 85.22
  o รถยนต์นั่งมีจำนวน 317,327 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 83.12
  o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 7,499 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 186.88
  o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 252 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 183.15
  o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 309 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 80.70
  o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100
  o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 1,983 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 243.08
• รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1,637 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 75.46
• รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,051 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.04
  o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 141 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 23.68
  o รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 910 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.44
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 89,301 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.50
  o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 89,163 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.53
  o รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 138 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 17.95 
• อื่นๆ 
  o รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,901 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.64
  o รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1,349 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 42.60

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 636,407 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.61 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 626,322 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.03
  o รถยนต์นั่งมีจำนวน 624,491 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.97
  o รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 514 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 2.59
  o รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 254 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 202.38
  o รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 360 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 54.51
  o รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 11 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 120
  o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 692 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 98.85
• รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,082 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 7.10
  o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 10,082 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 7.10
•อื่นๆ 
  o รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 84,294 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.18 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 84,294 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.18
  o รถยนต์นั่งมีจำนวน 84,206 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.20
  o รถยนต์โดยสารรับจ้างไม่เกิน 7 คนจำนวน 1 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100
  o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 39 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 9.30
  o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 28 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.33
  o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 4 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 20
  o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 18 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 166.67


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้