91 จำนวนผู้เข้าชม |

บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอแซ็ป (asap) แถลงยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงรุกภายใต้แนวคิด “Disciplined Growth. Smarter Mobility. EV-Ready.” ปรับโมเดลธุรกิจจากผู้ให้บริการรถเช่าสู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) หลังกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) สร้างสัดส่วนรายได้คิดเป็น 74% ของรายได้รวมทั้งหมด

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานนับจากปี พ.ศ. 2569 จะมุ่งเน้นการผสานเครือข่ายธุรกิจภายในเครือ ประกอบด้วย ธุรกิจรถเช่า รถยนต์มือสอง นายหน้าประกันภัย ดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้าง New Growth Engine และขยายฐานรายได้ร่วมกันทั้งระบบ โดยตั้งเป้ารายได้รวมของทั้งกลุ่มเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 70% ภายในปีนี้ สำหรับทิศทางการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ มีรายละเอียดดังนี้
1. ธุรกิจรถเช่า (asap Car Rental และ GO by asap)
การปรับฟลีทรถยนต์ไฟฟ้า (EV Fleet): ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ให้ถึง 30% ของจำนวนรถใหม่ทั้งหมด พร้อมดำเนินกลยุทธ์ “EV Fleet – Try Before Buy” ให้ลูกค้าองค์กรทดลองใช้งานจริงเพื่อตลาดยอดสู่การขายในอนาคต
การนำเทคโนโลยีมาใช้: นำระบบ AI Dynamic Pricing เข้ามาบริหารราคาค่าเช่ารถระยะสั้นแบบเรียลไทม์ และร่วมมือกับ Trip.com เพื่อผลักดันยอด Booking Days ให้เติบโตขึ้น 58% ภายใน 3 เดือน นอกจากนี้ยังมีแผนขยายบริการพนักงานขับรถสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรพรีเมียมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจังหวัดระยอง
2. ธุรกิจรถยนต์มือสอง (Casap)
ดำเนินกลยุทธ์ “Margin over Volume” โดยปรับสัดส่วนเน้นการขายปลีกที่ให้กำไรสูงกว่า และลดสัดส่วนการขายผ่านลานประมูลให้เหลือเพียง 9% จากเดิม 40% เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไร
3. ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (asap Protect)
มุ่งต่อยอดฐานลูกค้าจาก Ecosystem ภายในเครือ (ฟลีทรถเช่าและลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 95% ของเบี้ยประกันภัยรวม พร้อมเตรียมขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าและฟลีทรถองค์กรภายนอก

4. ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า (บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด หรือ EA1 - asap ถือหุ้น 51%)
แบรนด์ CHANGAN (Deepal, Lumin, Nevo): ตั้งเป้ายอดขายปี พ.ศ. 2569 ไว้ที่ 14,500 คัน (เติบโต 79% จากปีก่อนหน้า) พร้อมแผนขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายจาก 36 แห่ง เป็น 60 แห่งทั่วประเทศ
แบรนด์ AVATR: ตั้งเป้ายอดขายปี พ.ศ. 2569 ที่ 1,200 คัน ผ่านโชว์รูมแฟลกชิปสาขาบางนาและพระราม 6 พร้อมเตรียมขยายโชว์รูมในต่างจังหวัดเพิ่มอีก 4 แห่ง
5. ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (บริษัท อีแวนเต้ จำกัด หรือ Evante - asap ถือหุ้น 51%)
เป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS Commercial แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อเจาะตลาดรถตู้เชิงพาณิชย์ (ขนาดตลาดรวมประมาณ 16,000 คันต่อปี)
เป้าหมายยอดขาย Maxus: ตั้งเป้าช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2569 ไว้ที่ 300 คัน ก่อนจะขยายตัวเป็น 1,500 คันในปี พ.ศ. 2570 และ 2,200 คันในปี พ.ศ. 2571 พร้อมเปิดรับสมัครผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ (ติดต่อ โทร. 065-456-1589)







