“สปอร์ตสุดเร้าใจจากเมืองเบียร์” ทดลองขับ BMW Series 4 @มิวนิค

 


“ได้รับเชิญจากทาง บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) เดินทางไปยังมิวนิค ประเทศเยอรมนี เพื่อทดลองขับ BMW Series 4 Coupe และ Convertible .... ขับบนไฮเวย์ยาว ๆ ที่สามารถใช้ความเร็วสูง สลับกับการใช้เส้นทางสายรองที่วิ่งไปตามชนบทมีทางตรงสลับโค้งที่ท้าทายให้ทดสอบฝีมือผู้ขับขี่และระบบรองรับใหม่ของสปอร์ตสีสวยคันนี้ ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงาม และสภาพอากาศอันหนาวเย็นอุณหภูมิติดลบ ในช่วงวิ่งบนภูเขาสูงที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน...รูปโฉมตัวรถมีการปรับเปลี่ยนไม่มาก แต่ยังเต็มไปด้วยความสวยงาม เร้าใจ จนเราไม่อยากคืนกุญแจ”

 


          รายการวิทยุ SAFE SAVE DRIVE และเว็บไซต์ www.lifestyle224.com ได้รับเชิญจาก บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) พร้อมกับสื่ออื่นอีก 3 ท่าน เดินทางไปยังมิวนิค ประเทศเยอรมนี เพื่อทดลองขับ BMW ทั้ง Series 4 Coupe และ Convertible นอกจากนี้ยังมี Series 5 ใหม่ อีก 2 รุ่น คือ M550i xDrive และ 530e iPerformance ท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเย็นอุณหภูมิติดลบ ช่วงวิ่งบนภูเขาสูงที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน

          คราวนี้เราจะขอนำเสนอการทดลองขับ Series 4 ก่อน และครั้งต่อไปจะเป็น Series 5 ใหม่ ทั้งสองรุ่น ที่ได้ไปลองมาครับ

          หลังจากที่ BMW Series 4 ออกจำหน่ายในตลาดมาเป็นเวลานานพอสมควร ตั้งแต่ปี 2013 เมื่อเดินทางมาถึงปลายปี 2016 มียอดจำหน่ายไปทั้งสิ้นเกือบ 400,000 คัน ได้เวลาต้องปรับโฉมแบบ เฟซลิฟท์ หรือ ไมเนอร์เชนจ์ เพื่อปรับปรุงพัฒนาบางส่วนให้ดีขึ้นและเป็นการกระตุ้นยอดขายอีกรอบก่อนจะปรับเปลี่ยนรุ่นแบบโมเดลเชนจ์

 


          ในวันแรก เราได้ลองขับ Series 4 ทั้งแบบ Coupe และ Convertible หลังจากที่เราได้รับฟังข้อมูลรายละเอียดของ Series 4 ใหม่ เป็นที่เรียบร้อย ในช่วงครึ่งวันเช้าเราเลือกที่จะขับรุ่น 440i Coupe ก่อน เราออกเดินทางจากเมืองมิวนิคในช่วง 11 โมง ก่อนจะวิ่งไปเป็นระยะทางประมาณ 120 กม. โดยแบ่งกันขับคนละครึ่งทางกับ คุณธาร จาก GM CAR วิ่งกันไปจนถึงจุดพักรถริมทะเลสาบเพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน

 


          Series 4 Coupe รูปโฉมตัวรถมีการปรับเปลี่ยนไม่มาก ยังคงเต็มไปด้วยความสวยงาม เร้าใจ สไตล์รถสปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่ง ด้านหน้ามีการปรับในส่วนของกันชนหน้า ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบแอลอีดี ที่มีการพัฒนาใหม่ให้มีประสิทธิภาพ สวยงาม ทันสมัยกว่าเดิม ที่ได้รับการปรับค่อนข้างมากคือ ในส่วนของระบบรองรับเพื่อเน้นการขับขี่ให้มีความสปอร์ต เฉียบคม มากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน แม้ว่าโช้คอัพจะแข็งขึ้น ลดความสบายลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ไม่ได้เน้นแบบฮาร์ดคอร์จนเกินไป รวมไปถึงระบบพวงมาลัยที่แม่นยำและเฉียบคม การตอบสนองค่อนข้างเร็วแบบสปอร์ต ล้อและยางสแตนดาร์ดจากโรงงานให้มาขนาด 225/50-17 นอกจากนี้ ยังมีล้อขนาด 18 นิ้ว เป็นออฟชั่นที่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้อีกด้วย

 


          ภายในห้องโดยสารยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็น BMW ที่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ตไม่ว่าจะเป็นรถแบบ Coupe หรือ Sedan ก็ตาม พื้นที่กว้างขวาง ที่นั่งเบาะหลังไม่คับแคบ ผู้ใหญ่สามารถเข้าไปนั่งเป็นระยะทางไกล ๆ ได้อย่างสบาย



          รุ่น 440i ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 24 วาล์ว 3.0 ลิตร เทอร์โบแบบทวินสกอล์ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะอีก เช่น หัวฉีดแรงดันสูงแบบไดเรคอินเจคชัน ระบบวาล์วทรอนิค ดับเบิลวาโนสที่สามารถปรับองศาแคมชาร์ฟแบบแปรผันตามการใช้งาน ฯลฯ จนสามารถผลิตกำลังออกมาถึง 326 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-ม. ที่รอบต่ำเพียง 1,380-5,000 รอบต่อนาที ทำให้ Series 4 บอดี้ Coupe เป็นรถที่ขับสนุก

          ตัวเลขจากโรงงานแจ้งไว้ว่า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกลอคไว้ที่ 250 กม./ชม. เมื่อเรามาลองขับก็ถือว่าแรงทีเดียวสำหรับรถสปอร์ตเดิม ๆ ที่มาจากโรงงาน ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่ให้อัตราทดอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล ในช่วง 3 เกียร์สุดท้ายจะเป็นโอเวอร์ไดรฟว์เพื่อลดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ในขณะเดินทางไกล มีส่วนช่วยเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองทำได้ 11.4 กม./ลิตร นอกเมือง 19 กม./ลิตร โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15.2 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดน่าคบหามากทีเดียว ผิดกับบีเอ็มฯ ในยุคก่อน ๆ ที่ต้องคอยเติมน้ำมันกันค่อนข้างบ่อยเพื่อแลกกับสมรรถนะอันจัดจ้านชนิดหลังติดเบาะ   

 


          เราได้ขับรถรุ่นนี้ทั้งบนไฮเวย์ยาว ๆ ที่สามารถใช้ความเร็วสูง สลับกับการใช้เส้นทางสายรองที่วิ่งไปตามชนบทมีทางตรงสลับโค้งที่ท้าทายให้ทดสอบฝีมือผู้ขับขี่และระบบรองรับใหม่ของสปอร์ตสีสวยคันนี้ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามตลอดเส้นทาง อุณหภูมิช่วงนี้หนาวเย็นแต่ยังไม่ถึงขั้นติดลบ เอาแค่เลขตัวเดียวแบบใกล้ ๆ ศูนย์องศาให้เราคุ้นเคย ก่อนจะได้ขึ้นเขาสูงไปจับหิมะกันในช่วงบ่าย การขับที่ความเร็วสูงทำได้นิ่งมาก ควบคุมง่าย ขับสนุก ตอบสนองเร้าใจ การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดีทีเดียว เราใช้เวลาประมาณ 1 ชม.เศษ ก็ถึงจุดพักรถในช่วงกลางวันเพื่อรับประทานอาหารกัน และเปลี่ยนรถไปขับรุ่นเปิดประทุน Convertible ในช่วงบ่าย

 


          ช่วงบ่ายเราต้องขับกันอีกประมาณ 140 กม. ขึ้นเขาสูงเพื่อไปยัง KENPINSKI HOTEL BERCHTESGADEN ที่พักหรูในค่ำคืนนี้ เรายังคงสลับกันขับคนละครึ่งทางกับคุณธารเช่นเดิม

          การควบคุมบังคับยังอยู่ในอารมณ์เดียวกันกับการขับรุ่น Coupe ในช่วงเช้า เพียงแต่ว่า 430i Convertible ใช้เครื่องยนต์แค่ 4 สูบเรียง เทอร์โบแบบทวินสกอล์ ที่ให้กำลัง 252 แรงม้า ที่แรงน้อยกว่าตัว 440i Coupe อยู่ถึง 74 แรงม้า แต่ก็ยังถือว่าให้พละกำลัง การตอบสนองที่ค่อนข้างเร็ว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.3 วินาที ตามที่ตัวเลขโรงงานเคลมไว้ ความเร็วสูงสุดควบคุมไว้ที่ 250 กม./ชม. อารมณ์ในการขับยังคงความสปอร์ทไว้อย่างเต็มเปี่ยม ม้า 252 ตัว ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ตอบสนองได้อย่างเพียงพอต่อการใช้งานบนท้องถนนทั่วไป การเร่งแซงยังคงให้ความมั่นใจในสมรรถนะของเครื่องยนต์ตัวนี้ แต่พื้นที่เบาะหลังของคอนเวอร์ทิเบิลจะแคบกว่า Coupe อยู่บ้าง เนื่องจากต้องเสียพื้นที่บางส่วนเพื่อใช้ในการเก็บกลไกในการเปิดหลังคาแบบอัตโนมัติทำงานด้วยไฟฟ้า เพียงแค่เรากดปุ่ม ด้วยระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ราวครึ่งนาทีเราก็สามารถจะแปลงโฉมสปอร์ตคันนี้ให้กลายมาเป็นรถเปิดหลังคาท้าสายลมและแสงแดด แต่น่าเสียดายมากที่สภาพอากาศในวันนั้นเย็นจัดอุณหภูมินอกรถในบางช่วงเมื่อเรามองจากหน้าปัดแจ้งว่า -0.05 องศาเซลเซียส เราจึงขอปิดหลังคาเพื่อความอบอุ่นอยู่ในรถจะดีกว่า

 


          ยิ่งเมื่อเราวิ่งขึ้นเขาสูงไปเรื่อย ๆ อุณหภูมิจะหนาวเย็นขึ้นตามลำดับจนสภาพวิวข้างทางเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน มีเพียงพื้นถนนเท่านั้นที่เป็นสีดำ เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ที่เต็มไปด้วยโค้งแถมยังมีความลื่นค่อนข้างมาก ระบบความปลอดภัยในการขับ เช่น พวกแทรคชัน คอนโทรล ที่จะช่วยป้องกันล้อไม่ให้หมุนฟรีจนรถเสียอาการ ระบบช่วยปรับการเบรคโดยอัตโนมัติในขณะเข้าโค้งเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ช่วยลดอาการหน้าดื้อโค้งหรือท้ายปัดได้เป็นอย่างดี ฯลฯ อุปกรณ์เหล่านี้เข้ามามีส่วนช่วยเราได้เยอะทีเดียวบนสภาพถนนที่ลื่นเอาการ


          อัตราสิ้นเปลืองของ 430i Convertible ตามตัวเลขโรงงาน  ในเมืองทำได้ 13.3 กม./ลิตร นอกเมือง 20 กม./ลิตร โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16.9 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดมากทีเดียวสำหรับรถที่กำลังถึง 252 แรงม้า เพียงแต่ความความเร้าใจของสมรรถนะจะทำให้เราอดใจไม่ไหวต้องคอยเติมคันเร่งเพื่อเพิ่มรสชาดในการขับขี่ การกินน้ำมันจะเพิ่มขึ้นแต่ผมว่าก็ไม่น่าจะมากมาย คุ้มค่ากับความสนุกในการขับรถสปอร์ทหรูรุ่นนี้ อัตราทดเกียร์อัตโนมัติของรถรุ่นนี้ยังคงเป็นแบบ 8 สปีด เช่นเดียวกับคูเพ ให้ความนุ่นนวลและต่อเนื่องดีเหลือเกิน แถมประหยัดน้ำมันแบบสุด ๆ ราวกับเป็นรถเล็ก ๆ กันเลยทีเดียว    

 


          ช่วงบ่ายเราใช้เวลากันนานพอสมควร เพราะเส้นทางขึ้นเขามีโค้งค่อนข้างมากสลับกับทางตรงในช่วงสั้น ๆ ที่เราพอจะเรียกสมรรถนะรถออกมาใช้งานได้เป็นครั้งคราว และเราไม่กล้าที่จะไปเร็วมากเนื่องจากพื้นถนนมีหิมะปกคลุมจนต้องมีเจ้าหน้าที่ขับรถคอยเกลี่ยหิมะออกนอกทางวิ่งอยู่ตลอด ความลื่นของพื้นถนนมีค่อนข้างสูง บางช่วงเราขับผ่านชุมชนบ้างเป็นระยะ ในช่วงที่เราจอดเปลี่ยนผู้ขับและพักยืดเส้นยืดสายกันในระยะสั้น ๆ เราเลยถือโอกาสออกมายืนแอ๊คถ่ายรูปสวย ๆ กับหิมะและทิวทัศน์ที่เราไม่ค่อยคุ้นตาในเมืองไทยกันสักหน่อยเพื่อเป็นที่ระลึกในการเดินทางอันน่าประทับใจในครั้งนี้

 


          เราเดินทางมาถึงที่พักในช่วงเย็นช้ากว่ากำหนดไปพอสมควร หลังจากเช็คอินได้เข้าไปพักผ่อนสัก 1 ชม. ก่อนจะลงมารับประทานอาหารค่ำที่แต่ละโต๊ะจะมีผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุยเกี่ยวกับรถที่เราจะได้ทดลองขับในวันพรุ่งนี้ นั่นคือ Series 5 รุ่นใหม่ล่าสุด

          เราขอจบบทความทดลองขับสปอร์ต Coupe และ Convertible คันงามสุดเร้าใจจนเราไม่อยากคืนกุญแจไว้เพียงเท่านี้ ในวันพรุ่งนี้เราจะได้ไปสัมผัสกับ Series 5 Sedan หรูล่าสุด ที่มีทั้งตัวแรงแบบ M550i xDrive ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ 530e iPerformance แบบปลักอิน ไฮบริด ที่ความแรงกลับไม่หนีกันเท่าไหร่ ติดตามได้ในตอนต่อไปนะครับ มาดูกันว่าลีมูซีนหรูที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกับซูเปอร์คาร์นั้นจะสร้างความเร้าใจได้มากมายขนาดไหน ?           

          **ขอขอบคุณ บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) ที่มอบโอกาสให้กับ SAFE SAVE DRIVE และ www.lifestyle224.com ได้สัมผัส BMW Series 4 2017 ในกิจกรรมครั้งนี้

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ

 

 

    

Powered by MakeWebEasy.com