Mercedes-Benz StarFest 2017 กทม.-ภูเก็ต

โดย...อัฐฒา นายเรือ

 

          บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อ “Mercedes-Benz StarFeat 2017” ด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเชิญคณะสื่อมวลชนร่วมทำความดีถวายเป็นพระราขกุศล จัดขบวนคาราวานเดินทางส่งมอบชุดเครื่องเขียนที่ประทับตราพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของใช้ต่าง ๆ และเงินทุนการศึกษาแก่โรงเรียนตามจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับการการร่วมสมทบทุนจากคณะผู้บริหาร และพนักงานจากบริษัทในเครือ รวมทั้งสื่อมวลชนที่เดินทางร่วม ซึ่งทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 11 ปี

          ซึ่งในปีนี้ “Mercedes-Benz StarFest 2017” ได้จัดกิจกรรมถึง 4 ทริป 4 จังหวัดด้วยกัน ได้แก่ โรงเรียนโสตศึกษา จ.สุรินทร์, โรงเรียนบ้านแม่ไคร้ จ.เชียงใหม่, สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและครอบครัว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น และสถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จ.ภูเก็ต  

          ทริปของเรามีจุดมุ่งหมายที่จะนำสิ่งของและเงินทุนการศึกษาไปมอบให้กับ สถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะสิเหร่ จ.ภูเก็ต รถที่ใช้เดินทางในขบวนคาราวานครั้งนี้ประกอบไปด้วย เมอร์เซเดส-เอเอมจี ซี43 คูเพ 4เมติค, เมอร์เซเดส-เอเอมจี จีแอลซี 43 4เมติค คูเพ, และ อี 300 คูเพ เอเอมจี พลัส รวมไปถึงยนตรกรรมภายใต้แบรนด์ “EQ–Electric Intelligence by Mercedes-Benz” ได้แก่ เอส 500อี เอเอมจี พรีเมียม, อี 350อี เอกซ์คลูซีฟ, อี 350อี เอเอมจี ไดนามิค และจีแอลอี 500อี 4เมติค เอเอมจี ไดนามิค

          เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่โดยมีจุดนัดหมายแรกอยู่ที่สถานีเติมน้ำมันแถววังมะนาว แต่เนื่องจากการจราจรใน กทม.ติดขัดอย่างสาหัส ทำให้เราออกเดินทางได้ช้ากว่ากำหนดมากทีเดียว ช่วงแรกนั้นเราได้ อี350 อี พาหนะหรูขนาดกลาง สมรรถนะดี แถมยังเสริมแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริด นำเราไปตั้งแต่ กทม. จนถึงจุดรับประทานอาหารกลางวันที่ อ.ทับสะแก โดยในวันแรกเราจะไปพักกันที่โรงแรมโนโวเทล ในจังหวัดชุมพร เราเลยแจ้งให้คณะใหญ่เดินทางล่วงหน้าไปก่อนเพื่อที่จะไปพบกันในช่วงทานอาหารกลางวัน

 

 

          พอออกนอกเมืองพอใช้ความเร็วได้บ้างก็รีบเดินทางกันด้วยความเร็วค่อนข้างสูงตลอดทาง พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังเพิ่มขึ้นมาอีก 88 แรงม้า ทำให้เรารู้สึกประทับใจในสมรรถนะที่ทันใจโดยเฉพาะในช่วงเร่งแซง และความสะดวกสบายในการเดินทางไกลแบบนี้ แม้ในช่วงที่เราขับเร็วก็ให้ความนิ่ง ควบคุมง่าย ลื่นไหลไปตามกระแสจราจรได้เป็นอย่างดีจากขนาดตัวรถที่ไม่ใหญ่โตมากนัก อี-คลาสส์ เป็นรถที่ทั้งนั่งและขับสบาย อัตราเร่งตอบสนองการขับขี่ได้เป็นอย่างดี ความต่อเนื่องการส่งกำลังของเครื่องยนต์เป็นไปด้วยดีและนุ่มนวลจากการใช้เกียร์แบบอัตโนมัติ 9 จังหวะ การเก็บเสียงรบกวนในห้องโดยสารทำได้เงียบมาก ต่างไปจาก ซี คลาสส์ ที่อาจจะขับสบาย คล่องตัว ขับสนุก แต่ความสบายในการนั่งโดยสารจะสู้ อี คลาสส์ ไม่ได้ สำหรับ เอส คลาสส์ นั่งสบาย ขับสบาย แต่ความคล่องตัวจะสู้ อี และ ซี คลาสส์ ไม่ได้ เนื่องจากตัวรถมีขนาดใหญ่ น้ำหนักตัวค่อนข้างมาก ทำให้การตอบสนองในเรื่องอัตราเร่ง เบรก อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างเร็วแต่ให้ความรู้สึกในการตอบสนองที่ไม่เร้าใจในการขับเท่ากับ อี และ ซี คลาสส์ โดยที่ เอส คลาสส์จะเน้นให้ความสะดวกสบายสูงสุดแบบเฟริส คลาสส์ เลยทีเดียว

 

 

          เรามาถึงจุดรับประทานอาหารกลางวันช้ากว่าคณะใหญ่ไปเพียงเล็กน้อย แม้ว่าเราจะใช้ความเร็วที่สูงแทบจะตลอดทางจาก กทม. มาถึงทับสะแก เป็นระยะทางราว 350 กม. น้ำมันหมดไปประมาณครึ่งถัง แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ อัตราบริโภคเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยที่เราใช้ความเร็วสูงในระดับนี้ตามมาตรวัดที่หน้าปัดแจ้งว่าอยู่ที่ประมาณ 12 กม./ลิตรเท่านั้นเอง ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าจากระบบไฮบริดที่เข้ามาช่วยเสริมแรงให้เราใช้ความเร็วได้โดยไม่ต้องบริโภคน้ำมันมากจนเกินไป อี-คลาสส์ 350 อี สร้างความประทับใจให้เราอย่างมากในยกแรกของการเดินทางในทริปนี้

 

 

          หลังจากนั้นในช่วงบ่ายมีการสลับรถกันขับ เราได้ เมอร์เซเดส-เอเอมจี ซี43 4เมติค เป็นพาหนะขับจาก อ.ทับสะแกไปจนถึงชุมพร เป็นระยะทางอีกประมาณ 140 กม. รถคันนี้ให้การขับขี่ที่สนุกมาก พละกำลังขนาด 367 แรงม้า จากเครื่องยนต์ วี6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้แรงบิดขนาด 520 นิวตัน-ม. มาที่รอบเพียงแค่ 2,000-4,200 รตน. ตามสเปค อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.7 วินาที เหลือเฟือต่อการใช้งาน เกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 9 จังหวะ แถมยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เพิ่มความมั่นใจในขณะขับบนถนนที่ลื่นหรือเต็มไปด้วยโค้งได้อย่างสบายและปลอดภัย แต่ก็ยังคงเป็นรถที่ขับง่าย ผู้หญิงก็สามารถขับได้อย่างสบายโดยไม่น่ากลัวหรือเครียด เพราะถ้าขับไปเรื่อย ๆ ก็จะเป็น ซี คลาสส์ คูเป้ ที่สวยงามดูไม่มีพิษสงอะไร แต่ในยามที่กดคันเร่งลึกลงไป เสียงเครื่องยนต์ก็จะแผดคำรามด้วยความเร้าใจพร้อมกับกระชากตัวเราพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว การควบคุมบังคับแม่นยำ และเฉียบคม ในช่วงที่สภาพถนนทางใต้เต็มไปด้วยโค้งจะขับสนุกมาก ได้ลองทั้งอัตราเร่งและการควบคุมรถที่นิ่งมากในโค้งแม้ว่าในช่วงนั้นจะมีฝนตกเป็นช่วง ๆ และผิวถนนค่อนข้างลื่น แต่ ซี 43 ตอบสนองการใช้งานแบบสปอร์ตได้อย่างดีเยี่ยม ในช่วงที่ขับเรื่อย ๆ ก็จะเป็นรถสปอร์ตคูเป้ที่ขับสบาย พาเราไปได้ทุกหนแห่งเพียงแต่ระยะใต้ท้องรถอาจจะต่ำกว่ารถอื่นเล็กน้อยจากความสปอร์ตที่เซ็ตไว้ในรถรุ่นนี้

 

 

          เราถึงชุมพรเร็วกว่ากำหนด โชคดีที่วันแรกเจอฝนใต้มาทักทายน้อยกว่าที่คาดไว้ ทำให้เราเดินทางกันได้ตามตารางที่วางไว้ ราว 3 โมงเย็น ก่อนเข้าโรงแรมโนโวเทล ชุมพร เราได้แวะไปสักการะ กรมหลวงชุมพรฯ กันที่หาดทรายรี ซึ่งห่างจากที่พักเราไปประมาณ 5 กม. เพื่อเป็นสิริมงคลและปลอดภัยในการเดินทางในครั้งนี้

 

 

          วันรุ่นขึ้น ตามหมายกำหนดการจะขับรถจากชุมพร แวะทานอาหารกลางวันกันที่ พังงา ก่อนที่เราจะไปทำกิจกรรมดี ๆ เพื่อสังคมกันที่มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จ.ภูเก็ต กันในช่วงบ่าย

          วันนี้เราจะได้อยู่กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ กันทั้งวันเป็นระยะทางประมาณ 400 กม. โดยขับสลับกับเพื่อนที่จับคู่กันมาตั้งแต่ กทม. รูปร่างภายนอกที่ใหญ่โตแต่พอเข้ามาภายในรถและเป็นผู้ขับกลับไม่ยากเย็นเท่าที่คิด ยิ่งเป็นการเดินทางไกล การจราจรไม่แออัดการขับทำได้อย่างสบาย ๆ สวิทช์ควบคุมต่าง ๆ ใกล้เคียงกับรุ่นน้อง ๆ ที่เราขับกันเมื่อวานนี้ ภายในหรูหราสมราคา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกติดตั้งมาให้อย่างเพียบพร้อมในทุกจุด

 

 

          เครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ มาพร้อมอินเตอร์คูล ให้กำลังถึง 333 แรงม้า ส่วนแรงบิดมหาศาลอยู่ที่ 480 นิวตัน-ม. ที่รอบ 1,600-4,000 รตน. แถมมีพลังเสริมจากมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยอีก 116 แรงม้า รุ่นนี้ยังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 7 จังหวะอยู่ แม้จะมีขนาดตัวที่ใหญ่แต่ตามสเปคให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5.2 วินาที พอ ๆ กับรถสปอร์ตดี ๆ นี่เอง แต่จากความนุ่มนวล นิ่ง เงียบ ทำให้เรารู้สึกว่ารถเคลื่อนตัวช้ากว่าความเป็นจริง อัตราเร่งในขณะขับขี่ดูเหมือนไม่เร็วเท่าที่ควรแต่ความจริงแล้วไปได้เร็วและนิ่งมาก การนั่งขับจะรู้สึกว่าความเร็วที่เรากำลังขับอยู่ต่ำกว่าความเร็วบนหน้าปัดอยู่พอสมควรทีเดียว ให้ความสะดวก สบาย แก่ทั้งผู้ขับและผู้นั่งโดยสาร แต่ความคล่องตัวในการเปลี่ยนเลนหรือเร่งแซงอาจจะเป็นรองน้อง ๆ ที่เราขับเมื่อวานอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้อยู่เบาะหลัง...สวรรค์แท้ ๆ เลยครับ

 

 

          เราผลัดกันขับจนมารับประทานอาหารกลางวันกันบนเนินเขาในบรรยากาศงดงาม มองเห็นทะเลไกล ๆ ในมุมสูง แถมมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักโชคดีที่อยู่ในช่วงพักเบรกของเราพอดี หลังจากที่รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่เรียบร้อย เราเหลือการเดินทางอีกแค่ 100 กว่า กม. ก็จะถึงจุดที่เป็นไฮไลท์ของการเดินทางเพื่อทำความดีในครั้งนี้ ซึ่งอยู่บนเกาะสิเหร่ ซึ่งปัจจุบันได้สร้างสะพานเชื่อมจนกลายเป็นแผ่นดินผืนเดียวกับเกาะภูเก็ตไปแล้ว

 

 

          ประมาณบ่าย 4 โมง เราก็มาถึง สถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นสืบเนื่องมาจากเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิ โดยมีสภากาชาดฝรั่งเศสให้การสนับสนุนด้านการเงินในการก่อสร้างทั้งหมดประกอบไปด้วย บ้านพักครอบครัว 12 หลัง มีศาลารับประทานอาหารที่รองรับเด็กได้ถึง 150 คน สนามเด็กเล่น ลานจอดรถ ฯลฯ  มูลนิธิฯ นี้จะให้ความช่วยเหลือแก่เด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสใน จ.ภูเก็ต ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น ปัจจุบันมีเด็กในการสงเคราะห์จำนวน 95 คน และเด็กก่อนวัยเข้าเรียนจากชุมชนยากจนใกล้เคียงอีกจำนวน 20 คน ผู้ที่ต้องการร่วมสมทบทุนช่วยเหลือโครงการนี้สามารถโอนเงินเข้ามาได้ที่ ธ.กสิกรไทย ชื่อบัญชี : มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย เลขที่บัญชี 102-2-00125-4

 

 

          หลังจากรับฟังการบรรยายประวัติความเป็นมาและข้อมูลรายละเอียดของสถานที่แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อย ก็มีการแสดงน่ารักของเด็ก ก่อนจะมอบของเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมทั้งเงินสมทบเพื่อเป็นทุนการศึกษาและใช้จ่ายภายในหมู่บ้านเด็กแห่งนี้

 

 

 

          การขับรถในขบวนคาราวานของเราในวันนี้สิ้นสุดลงที่ โรงแรมเวสทิน สิเหร่ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต ที่พักผ่อนของเราในค่ำคืนนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา มีทิวทัศน์ของทะเลอันดามันโดยรอบอันงดงาม ก่อนจะเดินทางกลับ กทม. ด้วยสายการบินแห่งชาติช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น

 

 

          ขอขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชิญเราไปร่วมทำความดีให้กับเด็ก ๆ ที่มีความยากลำบากให้มีอนาคตที่ดีขึ้น และได้สัมผัสกับความน่าประทับใจในยนตรกรรมหลากหลายรุ่นของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในครั้งนี้ รวมทั้งการดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตลอดการเดินทางในครั้งนี้        

Powered by MakeWebEasy.com