Toyota Yaris G hatchback 2017 รถเล็ก ขับสนุก คุ้มค่า น่าใช้งาน

 

โดย...อัฐฒา นายเรือ

          โตโยต้า ยาริส คอมแพคแฮทช์แบ็กโฉมแรกเปิดตัวเข้าสู่ตลาดในเมืองไทยในปี 2549  และอีก 7 ปีต่อมา ทางโตโยต้า ได้เปิดตัว ยาริส รุ่นที่ 2 ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยยอดขายสะสมกว่า 150,000 คัน

          ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โตโยต้าได้เพิ่มตัวเลือกให้กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดตัว ยาริส ATIV สไตล์คอมแพคซีดานด้วยรูปทรงที่ทันสมัยด้วยการดีไซน์ใหม่ทั้งคัน มาพร้อมสมรรถนะและความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ทางโตโยตายังได้นำ ยาริส แฮทช์แบ็ก 1.2 ลิตร มาปรับโฉมใหม่ รวมไปถึงการปรับเซ็ทเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ซูเปอร์ ซีวีที-ไอ ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า  ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ฯลฯ ติดตั้งมาให้อย่างครบครัน

 

  

          ทาง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้จัดให้ผู้สื่อข่าวได้ทดลองขับ ยาริส โฉมใหม่ ในรุ่น G ซึ่งเป็นรุ่นท๊อป ถึง 12 คันด้วยกัน โดยใช้เส้นทางจาก โรงแรมดับเบิลยู สาทร วิ่งขึ้นทางด่วนไปยังถนนบรมราชชนนนี มุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี เป็นระยะทางราว 240 กม. ได้ทดลองใช้งานในสภาพรถติดกลางเมืองหลวง การใช้ความเร็วบนทางด่วนและทางหลวงเชื่อมต่อเมืองที่มีทั้งถนนโล่ง ๆ ให้ทดลองสมรรถนะและระบบรองรับ ระบบห้ามล้อ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราได้ขับเข้าไปชมต้นจามจุรียักษ์แถว อ.ท่าม่วง ต่อจากนั้นก็เดินทางตรงไปยังที่พัก รักษ์น้ำ รีสอร์ท โดยวิ่งผ่าน อ.ลาดหญ้า บนเส้นทางไปสู่เขื่อนศรีนครินทร์ สภาพเส้นทางช่วงนี้จะเป็น 2 เลนสวนกัน หลายช่วงจะขึ้น-ลงเขา มีทางโค้งต่อเนื่องให้ได้ลองระบบรองรับซึ่งทางโตโยต้าได้ปรับเซ็ทมาใหม่ และในวันรุ่งขึ้นก็ยังคงใช้เส้นทางเดิมเกือบทั้งหมดในการวิ่งกลับมาสู่ ถ.สาทร  เราได้ทดลองกันอย่างเต็มที่ด้วยสภาพการใช้งานจริง โดยขับสลับกับเพื่อนที่นั่งร่วมรถไปด้วยกัน

 

 

          รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่แทบจะทั้งคันให้แลดูเป็นแฮทช์แบ็กโฉบเฉี่ยว ทันสมัยกว่าตัวเดิม ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์มาพร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางวันแบบ LED และไฟตัดหมอกหน้า ไฟท้ายแบบ LED เสาอากาศแบบครีบฉลามเช่นเดียวกับที่ติดตั้งในรถยุโรป วงล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ฯลฯ 

 

 

          ภายในห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระกว้างขวาง ออกแบบมาได้อย่างทันสมัย วัสดุคุณภาพสมราคาทีเดียว ในรุ่นท๊อปที่เราขับจะมีระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ มีที่วางขวดน้ำและเก็บของกระจุกกระจิกรอบคัน เบาะนั่งให้ความสะดวกสบาย พื้นที่วางขาที่ตำแหน่งเบาะแถวสองเหลือเฟือ สามารถบรรทุกผู้โดยสาร 3 ท่านที่ขนาดตัวไม่ใหญ่นักได้อย่างสบาย ๆ โดยที่เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับลงเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระในอัตรา 60/40 อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีมาให้ครบ ระบบความปลอดภัยนอกจากโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ GOA, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRACTION CONTROL), ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC-VEHICLE STABILITY CONTROL), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC-HILL START ASSIST CONTROL) การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยมาให้ทุกที่นั่ง, ระบบเบรค เอบีเอส, มีถุงลมนิรภัยระบบ SRS มาให้ถึง 7 ตำแหน่งให้มาทุกรุ่นอีกด้วย ระบบเบรคแบบดิสก์เบรคที่ล้อคู่หน้า รถรุ่นนี้จะไม่มียางล้ออะไหล่ติดตั้งมาให้ แต่จะมีชุดซ่อมยางฉุกเฉินพร้อมที่ปั๊มลมมาแทน


 

          ในส่วนของสมรรถนะมาจากเครื่องยนต์ DUAL VVT-i 1.2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ตัวเดิมแต่ได้มาปรับจูนทั้งในส่วนของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้มีการทำงานที่ดีขึ้น กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ส่วนแรงบิดทำได้ 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รตน. สามารถรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง E20  ผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO4

 

 

          จากการที่ได้สัมผัส ยาริส โฉมใหม่นี้ในสภาพการใช้ที่หลากหลาย ยาริส ใหม่ เป็นรถที่มีหลาย ๆ อย่างที่ทำได้ดีเกินความคาดหมายของเรา มักมีคำถามเสมอว่า รถขนาด 1.2 ลิตร จะเป็นอุปสรรคในการขับเดินทางเป็นระยะไกลหรือไม่ ? เราได้ลองขับกันในครั้งนี้ระยะทางไป-กลับ กทม.-กาญจนบุรี เกือบ 500 กม. ทั้งในแง่ของอัตราเร่ง ระบบรองรับ สามารถพาเราไปได้ทุกหนแห่งที่เราต้องการจะไป อัตราเร่งมีพละกำลังเพียงพอต่อการเดินทางไกล และในบางช่วงที่ผ่านถนนแบบสองเลนสวนต้องมีการเร่งแซงที่ฉับไว ยาริสผ่านการทดลองขับอย่างสบาย การเดินทางช่วงขาไปวิ่งกันแบบสบาย ๆ บางช่วงใช้ความเร็วสูง บางช่วงต้องมีการเร่งแซง ระยะทางราว 240 กม. อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยทำได้ 17-18 กม./ลิตร น้ำมันหมดไปต่ำกว่าหนึ่งในสี่ถังไปเพียงเล็กน้อย ส่วนขากลับใช้ความเร็วกันค่อนข้างสูงเกือบตลอดเส้นทาง 240 กม. ยังสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยประมาณ 16 กม./ลิตร น้ำมันจากช่วงเช้าที่เติมเต็มใช้ไปไม่ถึงครึ่งถัง ความประหยัดทำได้อย่างน่าพอใจไม่แพ้ในเรื่องอัตราเร่ง

 

 

          สิ่งที่เราขอชื่นชมคือ ระบบรองรับ ด้านหน้าอิสระแบบแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบทอร์ชันบีมและคอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง เซ็ทมาได้ลงตัวมาก ๆ ให้ทั้งความนุ่มนวลและยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคง ทำให้รถเล็ก ๆ กะทัดรัดคันนี้เป็นรถที่ขับสนุก ควบคุมง่ายโดยไม่มีความเครียดหรือกังวลในขณะใช้ความเร็วสูง ส่วนใหญ่ที่เราพบเจอรถจากโรงงานจะเซ็ทช่วงล่างไม่นุ่มเกินไปก็ค่อนข้างแข็งไปหน่อย แต่ยาริสเซ็ทมาได้กำลังพอดีระหว่างความนุ่มนวลและการควบคุมบังคับที่ดี

          อีกหัวข้อที่ทำได้ดีมากคือ การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่จะเข้ามาในห้องโดยสาร ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. เราแทบจะได้ยินเสียงลมหรือเสียงสะท้อนจากพื้นเข้ามาในรถน้อยมาก ๆ ทำให้มีความสุนทรีในการขับค่อนข้างมากทีเดียว พวงมาลัยไฟฟ้าได้รับการปรับเซ็ทใหม่ ในช่วงความเร็วต่ำจะมีน้ำหนักค่อนข้างเบา ส่วนที่ความเร็วสูงจะค่อย ๆ หนักขึ้นเพื่อความมั่นคงในการขับขี่

          ยาริส ใหม่ มี 4 รุ่นย่อยให้เลือกใช้ ราคาเริ่มต้นที่ 489,000 บาท ไปจนถึงตัวท๊อป 619,000 บาท ถือว่าเป็นรถที่คุ้มค่า น่าขับใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับบรรดาคู่แข่งที่มีขนาดตัวไล่เลี่ยกันแต่ส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่านี้ ทำให้ ยาริส มีข้อได้เปรียบเหนือบรรดาคู่แข่งค่อนข้างมากทีเดียวนอกเหนือไปจากแบรนด์โตโยต้าที่ให้ความมั่นใจกับคนไทยมาอย่างยาวนานในแง่ของคุณภาพสินค้า การบริการหลังการขาย ปริมาณอะไหล่ทั้งในและนอกศูนย์บริการ จำนวนเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งประเทศไทย รวมไปถึงราคาขายต่อที่ตกลงไม่มากแถมซื้อง่ายขายคล่องในตลาดรถเมืองไทย ทั้ง เอทีฟ และ ยาริส น่าจะเป็นดาวเด่นและทำยอดขายที่สูงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้อย่างแน่นอนครับ         

Powered by MakeWebEasy.com