ทดลองขับ BMW X3 ใหม่

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ

 

หลังจากที่ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์3  เอกซ์ไดรว์ 20ดี เอกซ์ไลน์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทางบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จัดให้สื่อมวลชนทดลองประสิทธิภาพของ เอกซ์3 ใหม่ ซึ่งเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน มาลองขับกันบนเส้นทาง กทม. – อยุธยา – สระบุรี – กทม. เป็นระยะทางกว่า 300 กม. และมีสถานีจำลองให้ทดสอบประสิทธิภาพของระบบตัวช่วยต่างๆ ที่ติดตั้งใน เอกซ์3 รุ่นนี้กันอย่างเต็มที่บริเวณโรงโม่หินแถบสระบุรี

รูปร่างหน้าตาแตกต่างไปจาก เอกซ์3 ตัวเดิมไปบ้าง แต่ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับเอกซ์1 รุ่นน้องนำมาขยายส่วนจนออกมาได้อย่างสวยงามลงตัว  มาพร้อมวงล้อที่มีขนาดถึง 19 นิ้วรับกับตัวรถที่มีขนาดใหญ่ ออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ระหว่างเพลาหน้าและหลังเพื่อความสมดุลในระหว่างการขับขี่โดยเฉพาะในเวลาเข้าโค้ง

ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของบีเอมดับเบิลยูไว้อย่างเต็มเปี่ยม การตกแต่งหรูหราด้วยวัสดุคุณภาพสูงสมราคาตัวรถ จากการที่มีระยะฐานล้อยาวขึ้นถึง 54 มม. ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ระยะวางขาบริเวณเบาะหน้าเพิ่มขึ้น 3 มม. ส่วนระยะเหนือศีรษะเพิ่มขึ้น 12 มม. บาะที่นั่งด้านหลังพับลงได้ 3 ส่วน 40:20:40 ทำให้ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีพื้นที่ตั้งแต่ 550 – 1,600 ลิตร เลยทีเดียว หลังคาแบบพาโนรามา กลาส รูฟ ที่มีขนาดใหญ่มาก ช่วยให้ภายในรถดูโปร่งสบาย

กุญแจแบบ DISPLAY KEY ที่ไม่เพียงลอคและปลดลอค แต่ยังมีสัญญาณวิทยุทางไกล แสดงสถานะและข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงควบคุมฟังก์ชันการทำงานอื่นๆ ของรถอีกด้วย และที่บริเวณคอนโซลกลางจะเป็นที่ชาร์จแบตเตอรีแบบรีโมทให้กับกุญแจรถด้วย  นอกจากนี้ยังมีปุ่มควบคุม iDrive สั่งงานด้วยระบบสัมผัสและจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ (BMW GESTURE CONTROL) ช่วยควบคุมระบบนำทางและฟังก์ชันสาระบันเทิงต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ในขณะเดียวกัน ระบบการสั่งงานด้วยเสียง (INTELLIGENT VOICE CONTROL)ซึ่งผู้ขับขี่ใช้ภาษาในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย แทนคำสั่งที่มีการตั้งค่าไว้

เอกซ์3 ใหม่ ใช้เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตันเมตร ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ  อัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตร/ชม. ตามตัวเลขโรงงานเคลมไว้ที่ 8 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อย CO2 ที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร

เราออกสตาร์ทจากตึกออลซีซัน เพลส ถนนวิทยุกันในช่วง 9 โมงเช้า โดยในช่วงแรกมีจุดหมายอยู่ที่ ร้านอาหาร แกรนด์เจ้าพระญา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีระยะทางไม่ถึง 100 กม. เพื่อฟังการบรรยายข้อมูล รายละเอียดของตัวรถ และรับประทานอาหารเที่ยงกัน

ผมได้เป็นผู้ขับมือแรก โดยใช้เส้นทางด่วนขั้น 2 ต่อเนื่องไปสุดทางที่วงแหวนตะวันตก แล้ววิ่งเข้าเส้นบางปะหันเพื่อไปร้านอาหารกัน ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรถคันนี้ ตัวรถมีขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียวแต่ยังให้ความคล่องตัวในการใช้งานได้เป็นอย่างดี ภายในห้องโดยสารให้ความสะดวกสบายสูงสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งมาให้ครบครัน ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติเย็นฉ่ำทั่วห้องโดยสารทั้งๆ ที่ภายนอกร้อนเอาเรื่องทีเดียวและรถทดสอบไม่ได้ติดฟิล์มกันความร้อน เราได้มีโอกาสทำความเร็วบ้างในช่วงที่วิ่งอยู่บนทางด่วนโล่ง อัตราเร่งทำได้ดีทีเดียว ตอบสนองทันใจ การเร่งแซงเป็นไปอย่างมั่นใจ เอกซ์3 ใหม่ออกแบบมาอย่างดีจนมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกันซึ่งมีผลต่อการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดีแม้ว่าจะมีเสียงลมกระทบกับกระจกมองข้างที่มีขนาดใหญ่อยู่บ้างแต่โดยรวมก็ถือว่าน้อยมากสำหรับรถประเภทเอสยูวีที่มีพื้นที่หน้าตัดและตัวรถสูงจากพื้นค่อนข้างมาก ระบบรองรับสไตล์บีเอมฯ ที่ได้รับการปรับเพื่อรองรับการขับขี่ที่มั่นคงและนุ่มนวลประสานกันได้เป็นอย่างดี เราได้ลองทั้ง 3 โหด ประกอบด้วย ECO PRO,  COMFORT และSPORT เพื่อรองรับการสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน โหมด ECO PRO ระบบจะเข้ามาคุมการทำงานของเครื่องยนต์โดยเน้นความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นหลัก COMFORT จะเป็นโหมดปกติสำหรับการใช้งานโดยทั่วไป ส่วนโหมด SPORT จะให้อัตราเร่งที่รวดเร็ว จัดจ้าน ระบบรองรับมั่นคงมากขึ้น เราเดินทางมาถึงจุดหมายแรกในเวลาไม่ถึง 1 ชม.

หลังจากที่เราได้รับบรีฟรายละเอียดของ เอกซ์3 และรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย เราก็เริ่มออกเดินทางต่อไปยังโรงโม่หินแถวสระบุรีเพื่อทดลองขับกันอย่างจริงจัง โดยในช่วงนี้ผมสลับมาเป็นผู้โดยสารเพื่อลองความสะดวกสบายหลังจากที่เป็นผู้ขับมาในช่วงเช้า เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้ารองรับการนั่งในสไตล์สปอร์ท เราใช้เวลาเดินทางราวชม.เศษก็เดินทางมาถึงโรงโม่หินใกล้ๆ พระพุทธบาท สระบุรี ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากสภาพเส้นทางที่เป็นลูกรังที่ค่อนข้างเรียบและในช่วงนี้ยังมีการขนส่งหินมีรถบรรทุกวิ่ง เข้า-ออก อยุ่ตลอดเวลา เพียงแค่ไม่กี่นาที รถคันงามที่เราขับมาก็กลายสภาพมาเป็นฝุ่นน้ำตาลมอมทั่วไปทั้งคันอย่างน่าเสียดาย

ที่บริเวณโรงโม่นี้ เราจะแบ่งการทดลองขับออกเป็น 2 สถานีคือ

1. ทดลองระบบ เอกซ์ไดรว์ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมตัวช่วยต่างๆ โดยการจำลองสภาพเส้นทางวิ่งกันบนลูกรังแล้วเปลี่ยนทิศทางการวิ่งแบบสลาลอม และมีวนแบบโดนัท 360 องศา 1 รอบ เพื่อดูระบบจะเข้ามาช่วยแก้ไขอาการของรถให้เป็นกลาง แล้วแข่งขันจับเวลากัน โดยผู้สื่อข่าวจะให้ขับคนละ 3 รอบ ใน 2 รอบแรกเป็นการลองซ้อม จะใช้ระบบเข้ามาช่วย หรือปิดระบบทั้งหมดเพื่อแก้อาการรถด้วยตนเองก็ย่อมทำได้ รอบสุดท้ายจะเอาเวลามาเทียบแข่งขันกันระหว่างผู้สื่อข่าวที่มาขับในวันนี้  

เราได้ลองขับทั้งแบบเปิดระบบให้มีตัวช่วยมาลดอาการล้อหมุนฟรีทั้งที่ล้อคู่หน้าและคู่หลัง ระบบจะเข้ามาช่วยแก้อาการรถโดยร่วมกับระบบห้ามล้อที่จะคอยลดความเร็วในแต่ละล้อโดยอัตโนมัติเพื่อลดอาการหน้าดื้อหรือท้ายปัดลง นอกเหนือไปจากการที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เอกซ์ไดรว์ซึ่งจะคอยส่งกำลังไปมาระหว่างล้อคู่หน้าและหลังให้เกิดความสมดุลอีกด้วย แต่ถ้าเราปิดระบบ ผู้ขับต้องแก้อาการรถด้วยตนเอง แต่ระบบก็ยังเข้ามาช่วยอยู่บ้างเล็กน้อย


ส่วนสถานีที่ 2 จะเป็นการทดลองประสิทธิภาพในการวิ่งบนเส้นทางรูปแบบต่างๆ ประกอบไปด้วย เนินสลับ, การวิ่งสู่เนินลาดชัน, การขับลงเนินชัน, การขับขึ้นเนินเอียง การวิ่งบนเนินสลับจนบางช่วงล้อในฝั่งที่อยู่เฉียงตรงกันข้ามลอยเหนือพื้นทั้งสองข้าง แต่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ เอกซ์3 จะมีการถ่ายทอดกำลังโดยอัตโนมัติไปสู่ล้อที่ติดอยู่กับพื้นเพื่อให้พารถผ่านอุปสรรคทางธรรมชาติไปได้

ต่อไปเป็นการขึ้นเนินที่มีความชัน เรากดเปิดระบบ AUTO HOLD เมื่อรถจอดสนิทอยู่บนเนินชันแล้วเราปล่อยเบรค ระบบจะเข้ามาทำงานโดยอัตโนมัติหยุดรถไม่ให้ไหลลงมา และเมื่อเรากดคันเร่งรถก็จะเดินทางไต่เนินต่อไปได้อย่างปลอดภัยไม่ต้องลุ้นว่ารถจะไหลกลับลงมาหรือไม่ และเมื่อเราขับลงเนินที่ชันมาก เราเปิดระบบ HILL ASSIST ระบบจะทำการดึงรถด้วยระบบเบรคให้ชะลอไต่ลงเนินด้านล่างอย่างช้าๆ ได้อย่างปลอดภัยโดยที่เราไม่ต้องเหยียบเบรคเลย

ต่อจากนั้นเราก็มาขับขึ้นเนินเอียงด้านข้างที่ทำมุมถึง 23 องศา (เอกซ์3 ไต่มุมเอียงด้านข้างได้ถึง 43 องศา) การขับขี่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รถในระดับราคา 3 ล้านปลายๆ ได้ติดตั้งระบบที่จะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนบนเส้นทางวิบาก ทุรกันดาร ทำให้เราสามารถผ่านอุปสรรคไปได้ไม่ยากเย็น แถมยังให้ความสะดวกสบายอย่างมากทั้งกับผู้นั่งและผู้ขับขี่ หลังจากนั้นเราก็สลับกันขับเข้า กทม. เป็นระยะทางประมาณ 140 กม. เพื่อลองขับกันอีก 1 รอบ โดยใช้ทางด่วนเพื่อกลับมายังตึกออลซีซั่น เพลส เป็นการสิ้นสุดการทดลองขับกันในวันนี้   

 

สำหรับผู้ที่สนใจ เอกซ์3 รุ่นนำเข้าจะมีราคาให้เลือก 2 แบบด้วยกันคือ

  • BSI STANDARD มีการดูแลบำรุงรักษาให้ฟรีถึง 3 ปี หรือ 60,000 กม. ราคา 3,699,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพสินค้า 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • BSI ULTIMATE มีการดูแลบำรุงรักษาให้ฟรีถึง 5 ปี หรือ 100,000 กม. ราคา 3,769,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพสินค้า 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง 


 

 

Powered by MakeWebEasy.com