เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดทดลองขับ Mercedes-AMG สปอร์ทสมรรถนะสูง บนเส้นทาง กทม. – อยุธยา – กทม.

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ

 

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานส่งท้ายครึ่งปีแรก ให้บรรดาสื่อมวลชนร่วมทดลองสมรรถนะ แบรนด์ Mercedes-AMG กว่า 6 รุ่น จำนวน 8 คัน ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC,  Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé,  Mercedes-AMG SLC 43 และ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดทั้งในด้านดีไซน์ ความเร็ว และความแรง ในเส้นทางกรุงเทพฯ – อยุธยา – กรุงเทพฯ

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ Mercedes-AMG ถือเป็นแบรนด์รถสปอร์ตระดับแถวหน้าที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความสปอร์ตเร้าใจทั่วโลกเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากที่เราได้ทำการเปิดตัวแบรนด์นี้อย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา โดยเป็นผลมาจากความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้า หลังจากการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ และการเปิดตัว Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศเป็นครั้งแรกของเมืองไทยเมื่อต้นปี”

“ในปัจจุบัน ทางบริษัทฯ ได้นำเสนอรถยนต์แบรนด์ Mercedes-AMG ทั้งหมด 10 รุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG C 63 S Coupé, Mercedes-AMG SLC 43, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GT R, Mercedes-AMG GT C และ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupéรุ่นประกอบในประเทศไทย ซึ่งสำหรับการทดสอบสมรรถนะรถยนต์ในครั้งนี้ เราได้นำรถยนต์ทั้งหมด 6 รุ่น 8 คัน มาให้สื่อมวลชนทุกท่านได้สัมผัสทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย ระบบความปลอดภัย รวมถึงสมรรถนะในด้านความเร็ว และความแรงกันอย่างใกล้ชิดในเส้นทางกรุงเทพฯ – อยุธยา” มร.ฟรังค์ กล่าว

หลังจากที่เราได้รับบรีฟข้อมูลผลิตภัณฑ์และเส้นทางการทดลองขับในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงนาทีที่น่าตื่นเต้นคือการจับฉลากกุญแจว่า ช่วงเช้านี้เราจะได้ขับรถสายพันธุ์แรงรุ่นใดไปอยุธยากัน ซึ่งมีทั้งสปอร์ทคูเป้, เอสยูวี, เก๋งแฮทช์แบค, เก๋งซีดาน หลากหลายรุ่นด้วยกัน เราจับได้กุญแจของ Mercedes-AMG SLC 43 สปอร์ทคูเป้คันงามที่มีพละกำลังถึง 367 แรงม้า กับค่าตัว 5,000,000 ทอน 10,000 บาท  

เราออกเดินทางจากโรงแรมย่านสาธรเหนือในช่วงแรกราวๆ 11 โมง โดยผมเป็นผู้ขับขี่ นำทางโดยช่างภาพจาก Lifestyle224.com ที่จะทำหน้าที่บันทึกทั้งภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งมาถ่ายทอดให้เราได้ชื่นชมกัน ซึ่งในช่วงที่ออกเดินทางนั้นการจราจรบนย่านธุรกิจแถวสีลมเริ่มเบาบาง เราวิ่งมาขึ้นทางด่วนด่านสุริวงศ์ไปลงบางปะอินเพื่อมุ่งหน้าไปสู่ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นระยะทางราว 100 กม. เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน ซึ่งเป็นการทดลองขับที่มีระยะค่อนข้างสั้นทำให้เราต้องพยายามเก็บรายละเอียดตัวรถ การขับขี่ รวมทั้งถ่ายภาพต่างๆ ให้มากที่สุดในเวลาที่จำกัด

ในช่วงที่วิ่งอยู่ในเมืองเป็นการปรับตัวกับ AMG SLC 43 สปอร์ทโรดสเตอร์ที่มีเพียง 2 ที่นั่งเท่านั้น ภายในค่อนข้างคับแคบจนแทบไม่มีที่วางสัมภาระเลย แต่ความหรูหรา อุปกรณ์ต่างๆ ออกมาอย่างสวยงามแพรวพราวมีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบสปอร์ต ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำสำหรับตำแหน่งของผู้ขับแต่ละคน, นาฬิกาแบบอนาล็อก, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด, แผ่นกันลมแบบ Plexiglass  (AIRGUIDE), ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) แบบ 3 สี, ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic 7® พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™) ในส่วนของภายนอกรถติดตั้งชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง,  สปอยเลอร์ด้านหลังบนฝากระโปรงท้าย พร้อมวงล้อแบบ 10 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว ให้ความสวยงามเสริมความสปอร์ทโรดสเตอร์ได้เป็นอย่างดี

พอจ่ายค่าทางด่วนเราก็เริ่มลองสมรรถนะของม้า 367 ตัว ให้แรงบิดสูงสุดถึง 520 นิวตันเมตร มาที่รอบ 2,000 – 4,200 รอบต่อนาที จากเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร  วี6 สูบ เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ในช่วงแรกการจราจรยังไม่ถึงกับโล่งนัก แต่รถคันนี้ให้ความคล่องตัวสูง ทัศนวิสัยในการมองรอบคันทำได้อย่างชัดเจน ปลอดภัย ทำให้เราสามารถเปลี่ยนทิศทางเพื่อหาช่องว่างในการวิ่งได้ง่ายดายทีเทียว อัตราเร่งทันใจดีมากประกอบกับระบบรองรับแบบสปอร์ทที่ค่อนข้างแข็งแต่ให้การยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม ตอบสนองการขับขี่ได้รวดเร็วและแม่นยำจนผู้ขับขี่สามารถสั่งได้ดั่งใจ ราวกับว่าคนกับรถได้ถูกประสานเป็นหนึ่งเดียวโดยใช้เวลาในการปรับตัวไม่นาน แผงหลังคาฮาร์ดท็อปเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 40 กม./ชม. เนื่องจากในวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อนเราเลยไม่มีโอกาสได้ลองเปิดหลังคาขับกันดู

เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่รวดเร็วมาก จาก 0-100 กม./ชม. ทางเบนซ์เคลมว่าใช้เวลาเพียง 4.7 วินาที ช่วยให้การตัดสินใจในการขับขี่เป็นไปได้อย่างง่ายดายและเฉียบคม เพียงแต่ต้องคอยระมัดระวังรถที่อยู่เบื้องหน้าว่าจะเห็นรถเราเข้ามาอยู่ในรัศมีที่ใกล้เขาหรือไม่ เพราะบางครั้งเขาอาจจะเห็นเราอยู่ไกลๆ แต่ด้วยความเร็วที่ค่อนข้างสูงทำให้ระยะห่างถูกบีบให้สั้นลงอย่างรวดเร็วจนอาจทำให้รถคันอื่นกะระยะผิดพลาด ซึ่งก็เป็นข้อพึงระวังในการขับรถเร็วๆ แรงๆ ทั้งหลาย ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 250 กม./ชม. แต่เราคงไม่ได้ไปเร็วกันขนาดนั้น เอาแค่ลองความรู้สึกที่ความเร็วสูงกันแค่ในระยะสั้นๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทดลองขับกันในวันนี้ และเนื่องจากมีระยะทางให้ทดลองขับสปอร์ทหรูคันนี้ค่อนข้างสั้น ทำให้เราไม่ได้ลองระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ Eco, Individual, Comfort, Sport และ Sport+ มากมายนัก ส่วนใหญ่เราจะจึงเลือกใช้โหมด Sport เป็นหลัก เป็นรถที่ขับสนุก ตอบสนองการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยต่างๆ ติดตั้งมาให้มากมาย ประกอบไปด้วย โครงคุ้มกันสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเคลือบด้วยอลูมิเนียม, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®), ระบบเบรกADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Lights), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อเอารถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure monitoring system), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) และกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (reversing camera) เป็นต้น รวมถึงระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ Eco, Individual, Comfort, Sport และ Sport+ นอกเหนือจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่ม “M”บนคอนโซลเพื่อเลือกใช้งานโหมดเลียนแบบการทำงานของเกียร์แบบธรรมดาได้ โดยในโหมดนี้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เองตามใจต้องการด้วยคันเกียร์บริเวณคอพวงมาลัย รวมถึงยังสามารถตั้งค่าโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®) ได้ตามต้องการ เรียกได้ว่า ทุกอย่างเพียบพร้อมทั้งด้านสมรรถนะและความปลอดภัยสมราคาค่าตัว

เราเดินทางมาถึงร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยความรวดเร็ว หลังจากพักผ่อน รับประทานของคาว ของหวานกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็ออกเดินทางกลับสู่โรงแรมที่ตั้งบนถนนสาธรเช่นเดิม คราวนี้เราจับฉลากได้ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé รถยนต์เอสยูวีคูเป้ขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นล่าสุดจากค่าย AMG ที่มีราคาถึง 8 ล้านบาททอน 1 หมื่น ซึ่งเมื่อมองจากภายนอกตัวรถมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่เสริมความสปอร์ทด้วยการติดตั้งชุดแต่ง AMG bodystyling   (กันชนหน้า-หลัง), ล้ออัลลอย ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ลาย 5 ก้านคู่ขนาด 22 นิ้ว ส่วนภายในนั้น ติดตั้งเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต หุ้มหนัง Nappa สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าที่มีการเสริมปีกเบาะด้านข้างเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้นกว่าเดิม แผงหน้าปัดด้านหน้าประกอบด้วยหน้าปัดทรงกลมขนาดใหญ่  2 อัน ระบบ COMAND Online ควบคุมการทำงานวิทยุ-ดีวีดี และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต พร้อม touchpad หน้าจอขนาด 8 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic7® รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ คือ Individual, Comfort, Slippery และ Sport ซึ่งผู้ขับสามารถปรับโหมดให้เหมาะสมกับบุคลิกการขับขี่ในช่วงนั้น  รวมไปถึงการติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน ให้ความนุ่มนวล นั่งสบาย แถมยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม มั่นใจได้  โดยในช่วงที่เราขับกลับ กทม. จะัเป็นการย้อนเส้นทางเดิมที่มาเมื่อเช้านี้ แม้ว่าตัวรถจะมีขนาดใหญ่แต่ GLE 43 กลับให้ความคล่องตัวได้อย่างน่าพอใจ ส่วนหนึ่งมาจากขุมกำลังตัวเดียวกับ SLC43 ที่เราเพิ่งขับมา เครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่ให้กำลังถึง 367 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ช้ากว่าสปอร์ทโรดสเตอร์อยู่แค่ 1 วินาที คือ 5.7 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วทีเดียวสำหรับรถที่มีขนาดใหญ่และหนักขนาดนี้

เราขับเข้ากรุงเทพฯ กันแบบสบายๆ การจราจรยังไม่หนาแน่นเพราะยังอยู่ในช่วงบ่ายต้นๆ ทัศนะวิสัยทำได้ดีจากตัวรถที่สูงสามารถมองเห็นภาพเบื้องหน้าในระยะไกล และกระจกบานใหญ่ให้ความโปร่งสบายเหมาะกับการเดินทางไกลแบบครอบครัว แถมมีสมรรถนะที่ช่วยให้การขับเคลื่อนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจ ภายในห้องโดยสารให้ความสะดวกสบายสูง การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดี ภายในรถเงียบกริบทีเดียว แม้ว่าตัวรถจะค่อนข้างใหญ่ แต่เมื่อลองมาขับกลับไม่เทอะทะ อุ้ยอ้าย ยังคงให้การควบคุมบังคับออกแนวสปอร์ทที่แม่นยำ ทำให้เราเดินทางมาถึงจุดหมายด้วยความรวดเร็วจากพละกำลังเครื่องยนต์ที่ AMG รังสรรค์มาให้ ประกอบกับการจราจรที่เป็นใจ เป็นรถอีกคันหนึ่งที่เราประทับใจในความสะดวกสบายสไตล์สปอร์ทเอสยูวีแถมมีระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

ขอขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางและให้เราได้มีโอกาสสัมผัสกับรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ เมอร์เซเดส-เอเอมจี

Powered by MakeWebEasy.com