ISUZU V-CROSS MAX 4x4 PRESS TRIP ขับอีซูซุ โฟร์วีลส์ พิชิต 1,230 โค้ง ลุย ทีลอซู

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ

 

อีซูซุได้เชิญสื่อมวลชนไปร่วมผจญภัยถึง อ.อุ้งผาง จ.ตาก และเป็นครั้งแรกของผมที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับการขับรถอีซูซุ วี-ครอสส์ แมกซ์ 4x4 บนเส้นทางที่ได้รับเลือกสรรไว้เพื่อรองรับการใช้งานของรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ เป้าหมายปลายทางเราอยู่ที่น้ำตกทีลอซู ซึ่งเดินทางไปค่อนข้างยาก เป็นครั้งแรกของแทบจะทุกคนในทริพนี้ที่ได้พบความสวยงามและยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่ถือว่าสวยงามที่สุดในเมืองไทย เราใช้เวลาในทริพนี้ถึง 3 วันเต็มในการผจญภัยแบบพอหอมปากหอมคอ ไม่โหด ใช้ประสิทธิภาพของ วี-ครอสส์ ได้อย่างเต็มแมกซ์

เราออกเดินทางในช่วงสายๆ โดยสายการบินนกแอร์ซึ่งใช้เครื่องบินใบพัดลำเล็กๆ บินจากดอนเมืองตรงไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก ใช้เวลาในการบินประมาณ 1 ชม. ก่อนในช่วงที่เราเดินทางกันมีพายุ ‘ปาบึก’ ถล่มทางตอนใต้ของไทย แต่หางพายุก็มีผลต่อภูมิอากาศในไทย ก่อนที่เครื่องบินจะลงแม่สอด ฟ้ามืดครึ้ม ฝนตกตั้งแต่เช้า ทำให้เครื่องบินต้องวนอยู่สักพักเพราะสภาพอากาศไม่อำนวย แต่ในที่สุดเราก็มาถึงสนามบินแม่สอดได้อย่างปลอดภัย

รถตู้พาเราไปแวะรับประทานอาหารอร่อยเจ้าดังมื้อเที่ยงที่ร้านกระเพาะปลาริมเมย & จิวเวอรี หลังจากอิ่มท้องเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินทางไปยังโชว์รูมอีซูซุตากฮกอันตึ๊ง สาขาแม่สอด เพื่อรับรถมาเป็นพาหนะในการผจญภัยในครั้งนี้ซึ่งทุกคันจะเป็น ISUZU V-CROSS MAX 4x4 สปอร์ทออฟโรดพันธุ์แท้ทั้งสิ้น มาพร้อมชุดแต่ง MAX 4x4 ดีไซน์ใหม่ กันชน BUMPER GARNISH โทนเทาดำตัดรับกับกระจังหน้า ล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้าแบบ BI-LED ที่ให้ความสว่างมากขึ้นแต่ใช้พลังงานน้อยลง กันชนท้ายสีเทาดำ พร้อมไฟท้ายแบบ LED รมดำ ห้องโดยสารมีความหรูหรามากขึ้นด้วยเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ สไตล์ทูโทน น้ำตาล-ดำ เดินด้ายด้วยสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักสัญลักษณ์ V-CROSS หน้าจอใหม่ขนาด 8 นิ้ว ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบสัมผัสที่ตอบสนองด้วยความรวดเร็ว

ทั้งขบวนคาราวานครั้งนี้มีด้วยกันทั้งหมด 9 คัน เราอยู่ในตำแหน่งคันที่ 5 คันที่ 1 เป็นรถนำขบวนขับโดย คุณจิรยุทธ อดิเทพนรางกูล ผู้บริหารจากตรีเพชรอีซูซุผู้มากประสพการณ์ในการขับรถทั้งทางเรียบและทางฝุ่น มาเป็นผู้คอยแจ้งข้อมูลผ่าน ว.สื่อสารให้สมาชิกทุกท่านได้รับทราบเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

วันนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ อ.อุ้งผาง เป็นระยะทางเกือบ 170 กม. ในช่วงโหดๆ จากแม่สอดไปอุ้งผางต้องขับผ่านถึง 1,230 โค้งด้วยกัน เส้นทางช่วงแรกเราเดินทางกันบนทางหลวง 4 เลนแบบสบายๆ เส้นทางขึ้น-ลงไหลไปตามเนินเขาสลับกับโค้ง ซ้าย-ขวา วิ่งไปสักพักใหญ่ถนนเริ่มเล็กลงเหลือแค่ 2 ทางสวนกัน และปริมาณโค้งหลากหลายรูปแบบเพิ่มขึ้นมาเริ่มๆ เป็นลำดับ สภาพพื้นถนนยังหมาดๆ จากสายฝนที่ตกมาในช่วงก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ผู้นำขบวนแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 4H ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้าแบบ TERRAIN COMMAND เพื่อกระจายกำลังไปยังล้อคู้หน้าและหลัง ไม่ให้ล้อหมุนฟรีและการควบคุมรถจะง่ายขึ้นจากที่มีทั้งแรงดึงและดันในขณะเข้าโค้งโดยเฉพาะในสภาพพื้นถนนที่ลื่น ส่วนระบบรองรับแบบ i-GRIP ออกแบบพิเศษ ให้ระยะฐานล้อและช่วงล้อกว้างสมดุลกับขนาดตัวรถ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและเกาะถนนดีขึ้น

เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 177 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตัน-ม. มาที่รอบเพียง 1,800 รตน. ไม่ทำให้เราต้องกังวลในเรื่องขุมกำลังที่จะพาเราขึ้นเขาอันสูงชันและเต็มไปด้วยโค้งแห่งนี้ พอได้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาช่วยทำให้เราขับขี่ได้อย่างสบายๆ เพียงแต่เมื่อใช้ระบบนี้วงเลี้ยวพวงมาลัยจะกว้างกว่าปกติอยู่บ้าง แต่เมื่อเราเริ่มชินกับวงเลี้ยวใหม่การขับขี่ก็เป็นไปด้วยดี ในช่วงการขับรถลงทางลาดชันยาวๆ เราจะดันคันเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะมาด้านขวามือเพื่อควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง เราใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยชะลอความเร็ว ลดภาระของเบรกซึ่งภูมิประเทศแบบนี้ถ้าใช้เบรกอย่างหนักและต่อเนื่อง จะทำให้ระบบเบรกมีความร้อนสูง ประสิทธิภาพการเบรกลดลงและอาจทำให้เบรกไม่อยู่ซึ่งจะอันตรายมากๆ การใช้เกียร์ต่ำช่วยลดความเร็วลงเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด

เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. จากโชว์รูมอีซูซุแม่สอดก็มาถึง อุ้มเปี้ยม ซึ่งเป็นจุดพักรถระหว่างทางของพวกเรา นั่งดื่มเครื่องดื่ม แกล้มกับขนมจีบ ซาลาเปา รสชาติดี ได้พักทั้งคนทั้งรถ อยู่ประมาณครึ่งชม. แล้วค่อยออกเดินทางกันต่อกันอีกเกือบ 80 กม. ใช้เวลาร่วม 2 ชม. เส้นทางยังคงขึ้นลงไปตามเนินเขาที่เต็มไปด้วยโค้งเช่นเดิม จุดหมายต่อไปอยู่ที่ร้านอาหารเก่าแก่ใน อ.อุ้งผาง ที่ ครัวป้าณี ที่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก ทีลอซู ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท ซึ่งจะเป็นที่พักของเราถึงสองคืนในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ หลังจากอิ่มหนำสำราญ หายจากอาการเมาโค้งกันแล้วก็เดินทางเข้าที่พัก นอนสะสมพลังเพื่อผจญศึกในการเดินทางสู่ ทีลอซู น้ำตกที่มีความยิ่งใหญ่ในวันพรุ่งนี้กัน

เราตื่นกันแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางสู่น้ำตกทีลอซูที่เราได้ยินชื่อเสียงมานานมากแต่ยังไม่เคยเห็นของจริงกันเสียที  ทีลอซู เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ เรามาถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (น้ำตกทีลอซู) ในช่วง 8 โมงเช้า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการผ่านด่านเป็นที่เรียบร้อย เราก็เริ่มลุยบนเส้นทางดินที่ค่อนข้างโหด สลับกับพื้นปูนที่มีกลุ่มอาสาสมัครได้มาทำไว้ให้นักท่องเที่ยววิ่งกันได้อย่างสบายขึ้นโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน จากช่วงก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาทำให้มีแอ่งน้ำ และพื้นที่เปียกลื่นในบางช่วง เพิ่มสีสันและความท้าทายในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี เราหมุนสวิสทช์ควบคุมระบบขับเคลื่อนมาสู่ตำแหน่ง 4H เพื่อช่วยให้การถ่ายทอดกำลังสู่ล้อทั้งสี่เป็นไปด้วยดี ลดอาการล้อหมุนฟรีที่อาจเกิดขึ้นในบางช่วงโดยเฉพาะสภาพพื้นทางวิ่งที่เป็นโคลนเลน

เราใช้เวลาช่วงนี้เกือบ 1 ชม. กับระยะทางร่วม 30 กม. ก็มาถึงจุดจอดรถ ก่อนที่จะต้องเดินเท้าต่อไปอีกราว 1.5 กม. จึงจะถึงจุดชมน้ำตกซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร การเดินเท้าเป็นไปอย่างสบายๆ มีพื้นปูนหล่ออย่างดีตลอดเส้นทางให้เราก้าวไปด้วยความเพลิดเพลินกับบรรยากาศป่าชื้นรอบตัวที่เราห่างเหินมานานจากการใช้ชีวิตในเมืองหลวง ใช้เวลาไม่นานนัก เราก็มาพบกับน้ำตกขนาดใหญ่ ตระการตา ขวางเราอยู่เบื้องหน้า ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 ม. ส่วนความสูงอยู่ที่ประมาณ 300 ม. นอกจากความสวยงามที่เกิดจากความยิ่งใหญ่ของน้ำตกภูเขาหินปูนแล้ว ยังมีการลดหลั่นของระดับของน้ำที่ตกลงเบื้องล่างซึ่งทำให้ให้เราเพลิดเพลินกับสายน้ำและเสียงน้ำตกที่แม้ว่าช่วงนี้จะผ่านฤดูฝนมาหลายเดือนแล้วแต่น้ำที่ตกลงมาให้เรารู้ได้ว่าไม่มีวันแห้งเหือดลงไปแม้จะเป็นหน้าแล้งอย่างแน่นอน และเราก็เพิ่งรับทราบว่าน้ำตกทีลอซูแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดลำน้ำแม่กลองอีกด้วย

เราพักผ่อนด้วยความรื่นรมย์อยู่ราวครึ่งชั่วโมงก็ถึงเวลาที่จะต้องจากลาไฮไลท์ของการเดินทางในครั้งนี้ เราใช้เส้นทางเดิมเดินกลับมาสู่จุดจอดรถ เพื่อเดินทางต่อไปยัง วัดหนองหลวง ชมความสวยงามของโบสถ์ไม้สักทองและร่วมบริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาและสิ่งของแก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดหนองหลวงที่มีเด็กเล็กๆ อยู่มากพอสมควร จากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารร้านข้าวแกงป้าต๋อมในตัวเมืองอุ้งผางกัน สะสมพลังไว้ล่องแก่งในช่วงบ่ายนี้

หลังจากเปลี่ยนชุดเตรียมพร้อมกับการล่องแก่งในช่วงบ่ายเป็นที่เรียบร้อย เราก็ออกเดินทางไปกับสายน้ำของลำน้ำแม่กลอง ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม เมื่อล่องแก่งมาสักพัก เราได้พบกับความงดงามของน้ำตกทีลอจ่อ หรือน้ำตกสายฝน ที่มีความโดดเด่นคือ สายน้ำที่ไหลจากหน้าผาอันสูงชัน เมื่อหล่นมากระทบโขดหินจะแตกเป็นละอองฝอยคล้ายสายฝน และบางครั้งเกิดรุ้งกินน้ำให้เราได้พบเห็นด้วย ช่วงเย็นเรามาสังสรรค์กันที่ รร. พักผ่อนหลังจากบรรลุเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ด้วยความเรียบร้อย ลุ้นเพียงการเดินทางลงเขากลับไปสู่แม่สอด เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับมายังกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรที่คละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควันเช่นเดิม

เช้าวันสุดท้ายของทริพ เราเดินทางทางกันแบบสบายๆ ในช่วงสายๆ เพราะมีเวลาทั้งวันเพื่อรอขึ้นเครื่องในช่วง 6 โมงเย็น จากอ .อุ้งผาง เราใช้เส้นทางเดิมผ่าน 1,230 โค้ง กลับมายังตัวเมืองแม่สอด ระหว่างทางเราแวะพักที่ อุ้มเปี้ยม เช่นเคย ขากลับเราใช้เวลาค่อนข้างเร็วกว่าขาไปในวันแรกเนื่องจากเป็นการวิ่งลงเขาเสียเป็นส่วนใหญ่ เพียงแต่เราต้องใช้เกียร์ในการช่วยลดความเร็ว ลดภาระการใช้เบรกลงเท่านั้นเอง เรามาถึง ช่อม่วง ร้านอาหารดังในแม่สอดเพื่อรับประทานอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ กัน ก่อนจะนำรถทั้งหมดไปคืนที่โชว์รูมอีซูซุฮกอันตึ๊ง เราดูข้อมูลที่หน้าปัดรถเรา ทริพนี้เราเดินทางซึ่งเส้นทางส่วนใหญ่จะขึ้นลงเขากันทั้งหมดกว่า 400 กม. น้ำมันในถังที่เหลืออยู่ยังจะสามารถพาเราเดินทางต่อไปได้อีก 300 กว่า กม. เราเติมน้ำมันแค่ถังเดียวสามารถเดินทางไปได้ไกลสะใจทีเดียว

ต่อจากนั้นเราก็นั่งรถตู้พาไปเดินชมและซื้อของกันที่ตลาดริมเมยกัน จากนั้นก็แวะไปดื่มชากาแฟกันที่ร้าน GREEN COVER บรรยากาศดีๆ เพื่อรอเวลาเดินทางไปสนามบินแม่สอด นั่งเครื่องนกแอร์กลับสู่ กทม. โดยสวัสดิภาพ เก็บความสุข ความทรงจำดีๆ และมิตรภาพอันอบอุ่นไว้ในใจเราไปอีกนานแสนนาน  

ขอขอบคุณ : เจ้าหน้าที่จาก อีซูซุ / ไดอิจิ คิคากุ และทีมงานผู้เกี่ยวข้องทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ทุ่มเทและเหน็ดเหนื่อยในการทำงานครั้งนี้ได้อย่างดีเยี่ยมและลงตัว เป็นอีกหนึ่งทริพที่เราประทับใจกับการใช้รถอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อขับไปชมความงามธรรมชาติที่เดินทางไปไม่ง่ายทีเดียว....... สวยงาม คุ้มค่า กับการเดินทางที่ไม่ธรรมดาในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านครับ         

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com