“ฟอร์ด เรนเจอร์” รถกระบะเกิดมาแกร่ง กับภารกิจเพื่อชุมชนอันห่างไกล “Mission Possible”

โดย ปัณฐวิชญ์ ศรีสุริยกานนท์

เมื่อวันที่ 6-7 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เชิญคณะสื่อมวลชนสายยานยนต์ไปทำดี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ณ ห้องเรียนสาขาบ้านแม่เป่งทะ โรงเรียนแม่อมกิ ในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก สำหรับกิจกรรมคราวนี้เราใช้รถ ฟอร์ด เรนเจอร์ไวล์ดแทรค และ รุ่นลิมิเต็ด เป็นยานพาหนะในครั้งนี้ โดยรถทั้งสองรุ่นของฟอร์ด เป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์สามารถบรรทุกของได้กว่า 961 กิโลกรัม และสามารถลากจูงได้สูงถึง 3,500 กิโลกรัม

   

  

 

         

เริ่มเดินทางออกจาก กทม เช้าวันที่ 6 มิถุนายน 62 ด้วยเครื่องบินไปลงที่แม่สอด ไปถึงเราก็รับรถฟอร์ด รุ่นลิมิเต็ด ดับเบิ้ลแค็บ เครื่อง 2.0 เทอร์โบ 4x4 เพื่อไปทำภาระกิจที่ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ให้มา โดยทีมงาน Lifestyle224.com ภารกิจคือขนเครื่องปั่นไฟและซื้อน้ำมันดีเซลเพื่อไปปั่นไฟใช้ในที่พักแรม สำหรับรถรุ่นที่เราใช้กระบะกว้างขึ้นกว่ารุ่นเดิม และฝาท้ายแบบผ่อนแรง “Easy Lite Tailgate” ซึ่งช่วยให้พวกเราผ่อนแรงในการเปิดและปิดฝาท้ายได้ไม่น้อยเลย ส่วนทีมอื่น ก็จะขนกระเบื้อง ขนวัสดุก่อสร้าง แท็งก์น้ำ แผงโซล่าร์เซลล์ เพื่อนำเข้าไปบูรณะระบบไฟฟ้าและการสื่อสารของโรงเรียนให้ดีขึ้น หลังจากที่คณะสื่อมวลชนซื้อของและขนขึ้นท้ายรถกระบะเรียบร้อย ก็ออกเดินทางจากแม่สอด จ. ตาก มุ่งหน้าสู่ที่พัก ณ อุทยานแห่งชาติแม่เงา จ. แม่ฮ่องสอน

ตลอดระยะทาง 200 กว่าโลที่เราเดินทาง เส้นทางต้องข้ามผ่านเขา ทางคดเคี้ยว โค้งไปมา ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริง ส่วนด้านหลังเป็นแหนบซ้อน ทำให้ช่วงล่างเกาะถนนมากขึ้นแถมยังนุ่มนวลอีกด้วย ทำให้ช่วงล่างแข็งแกร่งและโครงสร้างพิเศษที่เชื่อมต่อด้วย Ford Smart Mount ช่วยกระจายน้ำหนักไปทั่วท้ายกระบะ ทำให้ไม่รู้สึกว่ากระบะถูกถ่วงไปด้านใด ด้านหนึ่ง นอกจากนี้พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ที่ช่วยผ่อนแรงได้มาก และพวงมาลัยที่ถูกปรับจูนมาใหม่ให้มีการตอบสนองได้ดีขึ้น ช่วงล่างที่มีระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ทำให้เราเข้าโค้งมั่นใจยิ่งขึ้น

ส่วนระบบเกียร์ 10 สปีด จังหวะต่อเกียร์ต่อได้ดี มีความนุ่มนวล ทำให้แรงม้าออกจากเครื่องลงสู่พื้นถนนได้เต็มๆ ระบบเกียร์มีโหมดให้เลือกเล่นคือโหมดสปอร์ต (S) โดยโหมดสปอร์ตนี้เราสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เองตามต้องการ และโหมด D ซึ่งเป็นหมดที่ใช้งานทั่วๆ ไป แต่ที่หัวเกียร์มีเครื่องหมาย (+/-) เพื่อเอาไว้ลดเกียร์หรือเพิ่มเกียร์ในจังหวะที่เราอยากแซงได้ นอกจากนี้เรายังสามารถล็อคเกียร์ให้อยู่ในเกียร์ที่ต้องการได้ เช่นถ้าเราจะวิ่งลงเขาต้องการใช้เกียร์ต่ำๆ เราก็สามารถกดเครื่องหมาย (–) แล้ว ดูตัวเลขที่แผงหน้าปัด ตัวเลขก็จะมาหยุดที่เลขตามต้องการ ถ้าเลข 5 เกียร์ก็ขึ้นสูงสุดที่เกียร์ 5 รอบเครื่องก็จะสูงขึ้นทำให้รถช้าลงมีเอ็นจิ้นเบรกทำให้ช่วยลงเขาได้ดี หลังจากที่เราขับมากว่า 200 กิโล ทีมงานก็ถึงที่พัก อุทยานแห่งชาติแม่เบย ทีมงานได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เก็บแรงเพื่อลุยกิจกรรมในวันต่อไป

  

 

 

       

วันที่สองทีมงานเริ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้า เพื่อเดินทางสู่ห้องเรียนสาขาบ้านแม่เป่งทะ โรงเรียนแม่อมกิ อำเภอท่าสองยาง โดยห้องเรียนนี้ได้เปิดขึ้นเพื่อรองรับเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อขยายโอกาสให้กับเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับการศึกษาตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายป่าใกล้ชายแดนพม่า ตำบลแม่วะหลวง ห่างจากอำเภอท่าสองยางถึง 100 กิโลเมตร

เส้นทางที่ใช้เดินทางเป็นแนวทิวเขาธงชัย ถนนเป็นทางลูกรัง ทางดิน สลับกับหิน และยังต้องวิ่งขึ้นเขา ลงเขา ทางลาดชันตามสภาพภูมิประเทศ ช่วงที่เราเดินทางก็มีฝนตกลงมาบ้างประปราย แต่ด้วยประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของ ฟอร์ด ทำให้ทีมเราสามารถขับผ่านอุปสรรคได้สบายๆ โดยรถระหว่างทางที่เราขับขี่ เราได้ใช้ระบบที่ติดมากับรถไม่ว่าจะเป็นระบบ (HLA) ซึ่งเป็นระบบที่ออกตัวบนทางลาดชัน เนื่องจากคณะของเราเดินทางโดยรถมากกว่า 10 คันระหว่างทางต้องขึ้นเขา ลงเขา ต้องมีจอดติดอยู่บนกลางเนินกันบ้างเป็นเรื่องปรกติ ระบบนี้จะหน่วงเบรกให้เรา 3 วินาที เพื่อที่จะให้เราเปลี่ยนเท้าจากเบรกไปเป็นคันเร่งได้อย่างง่ายดายรถไม่ไหลไปด้านหลัง ทำให้ไม่ต้องกังวลอีกด้วย ระบบนี้จะทำงานอัตโนมัติขณะที่รถจอดติดอยู่บนเนิน และอีกหนึ่งระบบที่เราใช้คือระบบ (HDC) ระบบนี้จะช่วยควบคุมความเร็วขณะลงเขา อย่างที่บอกเราเดินทางกันบนเส้นทางเขา เพราะฉะนั้นในช่วงลงเขาบางท่านอาจจะกล้าๆ กลัวๆ อาจจะต้องแต่เบรกบ่อยๆ ทำให้เกร็งแล้วรู้สึกว่าขับรถเหนื่อย เพียงท่านกดปุ่มที่เป็นรูปรถวิ่งลงเขาค้างไว้จนสัญญาณไฟขึ้นที่หน้าปัด เท่านี้ระบบก็จะทำงาน เราไม่ต้องทำอะไรเลย เราแค่เอาเท้าออกจากเบรกและคันเร่งและบังคบพวงมาลัยอย่างเดียว เท่านี้รถก็จะค่อยๆ ไหลลงเขามาอย่างนิ่มนวล และระบบจะยกเลิกทำงานโดอัตโนมัติที่ความเร็ว 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขึ้นไป

ส่วนการควบคุมรถนั้นระบบพวงมาลัยมีความสำคัญมาก โดยรถรุ่นนี้เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าทำให้ควบคุมรถเข้าโค้งได้ง่ายขึ้นโค้งแคบๆ ความเร็วต่ำๆ พวงมาลัยไฟฟ้าตอบสนองได้ดี น้ำหนักเบา ใช้งานได้ดีทั้งทางขรุขระที่เป็นทางลูกลังเป็นหินและทางลาดยางเรียบๆ เส้นทางหลวง และอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญก่อนที่จะเข้าไปสู่ห้องเรียนสาขาบ้านแม่เป่งทะ โรงเรียนแม่อมกิ ขึ้นต้องข้ามผ่านลำธารซึ่ง เจ้าฟอร์ด เรนเจอร์ สามารถลุยน้ำได้สูงถึง 800 มิลลิเมตร และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4L ขับเคลื่อนลำธารไปได้อย่างสบายๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลย

 

คณะเราเข้าถึงโรงเรียน อาจารย์ใหญ่ให้การต้อนรับคณะของเรา จากนั้นคณะของเราก็แยกย้ายกันไปบูรณะโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นติดตั้งเสาสัญญาณอินเตอร์เน็ตไวไฟ ติดตั้งแผงโซล่าร์เซลส์ ติดตั้งซึ้งล้างจาน ติดตั้งทีวี มุงหลังคาอาคารห้องประชุม พร้อมทั้งทาสี นอกจากนี้ยังติดตั้งหลอดไฟ Led เพิ่มความสว่างให้กับโรงเรียนแห่งนี้ พร้อมทำอาหารกลางวันและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับเด็กๆ ในโรงเรียน ก่อนที่คณะของเราจะกลับออกมาในตอนบ่ายแก่ๆ เพื่อกลับไปที่พักของเรา ก่อนที่จะเดินทางกลับ กรุงเทพฯ ในวันถัดมา



“ ด้วยศักยภาพและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด รวมถึงความสามารถในบรรทุกของหนักและลากจูงของฟอร์ด เรนเจอร์ ทำให้ภารกิจ ‘Mission Possible’ ในครั้งนี้เป็นไปได้และสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตอกย้ำนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ อย่างแท้จริง เพื่อทำให้งานทุกอย่างเป็นไปได้ ฟอร์ด ประเทศไทย ยังได้เดินหน้าขยายไลน์อัพของเรนเจอร์ โดยการเปิดตัว 6 รุ่นย่อยใหม่ เกียร์ธรรมดา ทั้งรุ่น ไวล์ดแทรค รุ่น XLT รุ่น XLS และ รุ่น XL+ ใหม่  ทำให้ ฟอร์ด เรนเจอร์ มีวางจำหน่ายในประเทศไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 26 รุ่น ครอบคลุมทุกการใช้งานทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิตที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน ทรหด พร้อมรองรับทุกงานหนัก” นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

Powered by MakeWebEasy.com