ซูซูกิ เซียส จีแอล พลัส อีโคหรู คุ้มราคา

โดย อัฐฒา นายเรือ

หลังจากที่ Suzuki Ciaz เปิดตัวมาได้พักใหญ่โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทยด้วยยอดจำหน่ายรวมถึง 37,000 คัน    บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้เดินหน้ากระตุ้นตลาดรถ “ซีดาน อีโคคาร์”. โดยเปิดตัว New Suzuki Ciaz GL Plus ที่มาครบทั้งฟังก์ชั่นและดีไซน์ รวมทั้งมอบความสปอร์ตมากขึ้นด้วย พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดลองขับบนเส้นทางกรุงเทพฯ–เพชรบุรี–สมุทรสงคราม–กทม.เป็นระยะทางกว่า 200 กม. 



รูปลักษณ์ภายนอกตกแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน ซึ่งประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 เสริมด้วยความโดดเด่นจากอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์, กระจกบังลมหน้าแบบสีตัดแสง และกระจกบังลมหลังพร้อมระบบไล่ฝ่าตลอดจนกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถปรับด้วยระบบไฟฟ้า


ในส่วนของภายในห้องโดยสารที่ความกว้างขวางตกแต่งด้วยวัสดุผ้า พร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน เช่น มาตรวัดความเร็ว, รอบเครื่องยนต์, ระบบน้ำมัน และอุณหภูมิน้ำยาหล่อเย็น ซึ่งจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลที่สามารถแจ้งอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง, ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันต่อระยะทาง, ระยะการเดินทาง และอุณหภูมิภายนอก ตลอดจนสัญญาณไฟเตือนต่างๆ บนหน้าจอ อาทิ เตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย, ถุงลมนิรภัย, การปิดประตูไม่สนิท และระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS รวมถึงสัญญาณเสียงเตือนกรณี ลืมปิดไฟหน้า หรือลืมกุญแจไว้ในรถ

ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวก จะประกอบไปด้วย กุญแจรีโมทพร้อมไฟกระพริบตอบรับ, พวงมาลัยสปอร์ตแบบ 3 ก้านปรับระดับสูง-ต่ำได้, กระจกไฟฟ้าฝั่งคนขับปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ตามด้วยระบบความบันเทิงจากเครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 จอระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ USB สามารถเชื่อมต่อเพลงผ่านบลูทูธได้สูงสุดพร้อมกัน 5 เครื่อง พร้อมกล้องมองหลัง ช่วยยกระดับความมั่นใจขณะถอยรถ พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง และเสาอากาศแบบฝังกระจกหลัง รวมถึงฟังก์ชั่นที่เอื้ออำนวยให้ใช้งานได้อย่างง่ายดายจาก ระบบเซ็นทรัลล็อค พร้อมปุ่มควบคุมบริเวณคนขับ, ที่เปิดฝาท้ายรถแบบไฟฟ้า ซึ่งมากับไฟส่องสว่างห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ควบคู่ไปกับอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น โครงสร้างตัวถังที่มาพร้อมคานกันกระแทกด้านข้าง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ทำงานร่วมกับพวงมาลัยแบบยุบตัว และเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ ELR 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ และปรับระดับสูงต่ำได้ โดยมีด้านหลังเป็นแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุด 1 ตำแหน่ง เสริมด้วยระบบล็อคนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล้กทรอนิกส์ EBD, ระบบช่วยเบรก BA ตลอดจนระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer, ระบบเตือนภัย Security Alarm และชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

 


1 วันเต็มกับประสบการณ์ที่ได้ทดลองขับ

รถ Suzuki Siaz หมายเลข 6 ของเรานั่งไปด้วยกัน 3 ท่าน 3 สื่อ ออกเดินทางจาก โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา เราใช้ทางด่วนมุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 2 เช้าวันนั้นการจราจรติดขัดมากทีเดียว เราเลยได้มีโอกาสได้ลองการใช้งานในเมืองอย่างเต็มที่ กว่าจะหลุดไปถึงถนนพระราม 2 เล่นเอาเหนื่อยไปพอสมควรทีเดียว จากนั้นการจราจรเริ่มไหลลื่นสลับกับชะลอในช่วงที่มีการก่อสร้างถนนก่อนถึงมหาชัย หลังจากผ่าน จ.สมุทรสาคร เราเริ่มใช้ความเร็วได้มากขึ้นเพื่อตีคืนเวลาที่เสียไปในช่วงเช้า ที่ต้องชมคือการเก็บเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารทำได้ดีมากไม่ต่างจากบรรดารถยุโรปหรูเลย เสียงลมหรือเสียงจากรถยนต์ที่วิ่งอยู่ข้างๆ แทบไม่เข้ามาในรถเราเลย การขับด้วยความเร็วสูงที่เราได้ลองในบางช่วงถึง 140-160 กม./ชม. รถคันนี้ยังให้การควบคุมรถที่ดี พร้อมความนุ่มนวลนั่งสบายจากระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันตรัท พร้อมคอยล์สปริง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ที่ได้รับการปรับเซทมาลงตัวทีเดียว การวิ่งขึ้น-ลงเนินหรือคอสะพานให้ความมั่นคงดีทีเดียว ระบบรองรับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจในรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น  พวงมาลัยพวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนี่ยนพร้อมระบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า ในขณะใช้ความเร็วสูงให้น้ำหนักที่ไม่เบาจนเกินไป การควบคุมทำได้อย่างมั่นคง แต่ในรุ่นนี้ที่พวงมาลัยจะไม่มีสวิทช์ควบคุมแบบมัลทิฟังก์ชันมาให้


New Suzuki Ciaz GL Plus ติดตั้งเครื่องยนต์รหัส K12B ขนาด 1.25 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ซึ่งให้พละกำลังสูงสุด 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ CVT การตอบสนองอัตราเร่งทำได้ดีแทบไม่แตกต่างจากรถขนาด 1.5 ลิตร เลย เพียงพอต่อการใช้งานได้ในทุกๆ วัน รวมทั้งในยามที่ต้องเดินทางในระยะไกลๆ เท่าที่เราได้ลองอัตราความสิ้นเปลืองในช่วงที่ใช้ความเร็วค่อนข้างสูงระดับ 120-140 กม./ชม. ในการเดินทางทำได้ประมาณ 13-15 กม./ลิตร เกียร์ CVT มีผลทำให้ลดการทำงานของเครื่องยนต์ลงไปได้มากทีเดียว ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องแค่ 1,900 รตน. ในขณะที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ใช้รอบเครื่อง 2,200 รตน. ถ้าขับกันแบบเนียนๆ ไม่เร่งรีบที่ความเร็วช่วง 80-100 กม./ชม. ตัวเลข 20 กม./ลิตร. มีให้เห็นอย่างแน่นอนครับ



ภายในกว้างขวางมากโดยเฉพาะเนื้อที่วางขา ผมได้มีโอกาสนั่งเป็นผู้โดยสารที่เบาะด้านหลัง ในขณะที่ผมให้เพื่อนที่นั่งเบาะหน้าเลื่อนปรับระยะให้นั่งอย่างสบายที่สุด ปรากฏว่าเบาะหลังที่ผมนั่งแม้ว่าผมจะมีความสูง 172 ซม. ยังมีที่โล่งๆ ให้วางขาได้อย่างเหลือเฟือ รุ่นนี้ไม่มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง จะมีให้ในรุ่นทอพหรือรองทอพ การหยุดหรือชะลอความเร็วทำได้ดีจากระบบเบรคแบบดิสก์เบรกที่ด้านหน้า และดรัมเบรกที่ด้านหลัง


 
รถเราสลับกันขับทั้งขาไปและขากลับจนมาจบยังสถานที่ตั้งต้นรวมระยะทางที่ขับกันในวันนี้กว่า 200 กม. ผมรู้สึกประทับใจกับซีดานอีโคคาร์ที่ใส่อุปกรณ์มาอย่างครบเครื่องเพียงพอต่อการใช้งาน รวมไปถึงความบันเทิงภายในรถและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย โดยรุ่นนี้ตั้งราคาไว้ที่ 568,000 บาท เพิ่มมาจากรุ่น GL 9,000 บาท จากอุปกรณ์ต่างๆ ที่อัพเกรดขึ้นมา ถือว่าเป็นรถที่คุ้มราคากับคุณภาพที่ได้รับ ผู้ที่กำลังมาหารถในราคาไม่เกิน 6 แสนบาท  New Suzuki Ciaz GL Plus เป็นหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม โดยมี 5 สีคือ สีดำ (Super Black Pearl) สีเทาดำ (Mineral Gray Mettallic) สีเทา (Star Silver Metallic ) และสีน้ำตาล (Dignity Brown Pearl Metallic) สีขาว (Pure White Pearl ) ซึ่งต้องเพิ่มเงินอีก 5,000 บาท  

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

http://www.suzuki.co.th

https://www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

 

 

Powered by MakeWebEasy.com