First Impression สัมผัสแรกแบบเบา ๆ กับ All New Isuzu MU-X

หลังจากเปิดตัวเพียงหนึ่งวัน ทีมงาน LIFESTYLE224.COM ก็ได้รับเชิญไปทดสอบ All New Isuzu MU-X ยานยนต์เอนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด การทดสอบครั้งนี้จัดขึ้น ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



การทดสอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกนั้น เป็นการทดสอบสมรรถนะโดยรวมของรถ ผู้เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้จะได้ขับเจ้า All New Isuzu MU-X นี้ด้วยตัวเองในสนามทดสอบความยาว 3,300 เมตร โดยเริ่มต้นจากการขับขี่บนทางตรง ทดสอบอัตราเร่ง การทรงตัวในการเข้าโค้งแบบไฮสปีด โค้งแคบ โค้งยูเทิร์น รวมไปถึงการเข้าไปทดลองขับในสถานี Special Road Surface ในสภาพเส้นทางที่จำลองสภาพพื้นผิวแบบต่าง ๆ เพื่อดูถึงความนุ่มนวลของช่วงล่างด้วย ปิดท้ายด้วยสถานี Handling Circuit ที่เป็นทางโค้งขึ้นเนิน ลงเนินความยาว 2,100 เมตร



เมื่อเริ่มทดสอบช่วงแรก ด้วยความบังเอิญแบบสุด ๆ เพราะในรอบทดสอบของเราฝนได้เทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตาชนิดที่แทบมองเส้นทางไม่เห็น ทำให้คำสั่งจากผู้ควบคุมสนามจึงกำหนดให้ใช้ความเร็วต่ำกว่าปกติเล็กน้อย แต่แม้ว่าจะไม่ได้ขับกันแบบเต็มที่ แต่ก็ยังพอจะจับอาการของรถได้อยู่บ้าง



สิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารของ All New Isuzu MU-X ก็คือความกว้างขวางนั่งสบาย ตัวเบาะดีไซน์ให้โอบกระชับร่างกายได้เป็นอย่างดี ตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกดีไซน์ได้อย่างลงตัว พร้อมหน้าตาดูทันสมัยกว่ารุ่นเก่าอย่างชัดเจน หน้าปัดขนาด 12 นิ้ว แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ อย่างชัดเจน สวยงาม



เมื่อเหยียบคันเร่งออกตัว เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ3-TCX ที่มีแรงม้าสูงสุดที่ 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ก็สามารถถ่ายทอดกำลังสู่ล้อได้อย่างนิ่มนวล ต่อเนื่อง เมื่อเพิ่มคันเร่งลงไปก็ตอบสนองได้อย่างทันใจ จาก 0 ถึง 100 ทำได้แบบชิล ๆ ช่วงล่างเซ็ตมาได้ค่อนข้างลงตัว ในความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง All new Isuzu MU-X ให้ความนิ่งแบบสุด ๆ จนแทบไม่รู้ตัว เมื่อแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วก่อนถึงโค้ง ระบบเบรกก็นุ่มนวล แม่นยำ เรียกได้ว่าสั่งได้



เข้าโค้งแรกแบบไฮสปีด ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับช่วงล่างหลังแบบ 5 Link ก็ยังสามารถเกาะถนนไปได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยตัวรถที่มีน้ำหนักค่อนข้างเยอะตามสไตล์รถเอนกประสงค์ ทำให้รู้สึกว่าตัวรถมีอาการเอียงเทไปตามโค้งมากไปอยู่สักหน่อย



หลังจากนั้นอินสตรัคเตอร์ก็บอกให้เราหักเลี้ยวเข้าสู่แทร็คด้านในของสนามทดสอบ ซึ่งถูกเซ็ตให้เป็นพื้นที่ทดสอบการขับขี่บนถนนแบบต่าง ๆ เช่นทางขรุขระ ซึ่งในช่วงนี้เราก็พบว่ารถเอนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุดจากอีซูซุคันนี้ เซ็ตช่วงล่างมาได้แบบนุ่มนวลสุด ๆ เมื่อขับรูดบนทางขรุขระ ระบบช่วงล่าง และยางสามารถ “ซับแรง” สั่นสะเทือนได้เกือบหมด ในขณะเดียวกันก็สามารถซับเสียงจากพื้นถนนได้เป็นอย่างดีด้วย



เส้นทางช่วงต่อมาเป็นการขับขี่บนเส้นทางคดโค้ง กับทางเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาต่อเนื่องสลับกันไป ซึ่งในช่วงนี้ ความแม่นยำของพวงมาลัยก็โชว์ประสิทธิภาพออกมาอย่างเต็มที่ พวงมาลัยของ All New Isuzu MU-X ให้ความนุ่มนวลและแม่นยำได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ช่วงล่างก็สามารถตอบสนองการเลี้ยววงแคบแบบเร็ว ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ



ช่วงที่ 2 เป็นการสาธิตระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ในรูปแบบต่าง ๆ โดยอันแรกคือระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning - FCW) และ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking - AEB) โดยในการทดสอบทางวิศวกรของอีซูซุจะเป็นผู้ขับขี่รถพุ่งเข้าหาฉากที่กั้นเอาไว้โดยไม่เบรก โดยเมื่อระบบกล้องสเตอริโอสำหรับตรวจจับด้านหน้ารถพบวัตถุขวางอยู่ด้านหน้า จะส่งเสียง และคำเตือนขึ้นบนหน้าปัดก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งหากผู้ขับยังไม่ตอบสนองต่อคำเตือนด้วยการเหยียบเบรก ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติจะช่วยเบรกด้วยตัวเอง ซึ่งจากการเข้าไปร่วมทดสอบอยู่ในรถก็จะพบว่ากระบวนการทั้งหมดทำงานด้วยความรวดเร็ว และการเบรกก็ถือได้ว่าค่อนข้างนุ่มนวลและแม่นยำกว่ารถรุ่นอื่นที่ที่ติดตั้งระบบแบบเดียวกันอยู่พอสมควร



มาถึงการทดสอบต่อไปคือระบบการตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Pedal Misapplication Mitigation - PMM) โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยสำหรับในกรณีที่ผู้ขับขี่เหยียบคันเร่งผิด เช่นต้องการเหยียบเบรกแต่เผลอไปเหยียบคันเร่ง โดยระบบกล้องสเตอริโอด้านหน้ารถจะตรวจจับภาพหน้ารถ ซึ่งหากภายในระยะห่างไม่เกิน 4 เมตรมีวัตถุขวางอยู่ แล้วมีการเหยียบคันเร่งลงไปเกิน 30% ระบบจะสั่งการให้รถตัดกำลังเครื่องยนต์ ทำให้ลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุลง ซึ่งจากการทดสอบก็พบว่าระบบสามารถทำงานตัดกำลังเครื่องยนต์ได้อย่างทันท่วงทีเมื่อวิศวะกรเหยียบคันเร่งลงไปจนมิด โดยบริเวณด้านหน้ารถที่ฉากกั้นอยู่ ทำให้รถไม่พุ่งเข้าไปชนฉากกั้น

หลังจากสาธิตระบบ Active Safety อย่างระบบช่วยเบรกต่าง ๆ ไปแล้ว ก็มาถึงการทดสอบช่วงที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของเจ้า All New Isuzu MU-X อีกอย่างก็คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่น Stop and Go (Full Speed Range Adaptive Cruise Control - ACC) โดยรูปแบบการทดสอบก็คือทีมงานของอีซูซุ จะจัดรถขับตามกันเป็นขบวนโดยมีเหล่าผู้สื่อข่าวนั่งสังเกตการณ์ไปในรถ โดยรถคันนำขบวนจะขับปรับความเร็วเพิ่ม หรือรถ รวมทั้งเบรกจนรถหยุดสนิท ซึ่งรถในขบวนทั้งหมดที่เปิดระบบ ACC เอาไว้ ก็สามารถ “ตาม” รถนำขบวนไปได้แบบสบาย ๆ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องแตะคันเร่งหรือเบรกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งระบบก็จะช่วยเพิ่ม หรือลดความเร็วลงตามรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ และเมื่อรถคันหน้าจอดสนิท รถคันที่ตามก็จะหยุดสนิทตามด้วย ซึ่งหากรถคันหน้าขยับเคลื่อนตัวต่อไปในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 2 วินาที รถตาม ก็จะเคลื่อนตามไปได้ด้วย



สรุปโดยรวม All New Isuzu MU-X รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ถือว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมอีกรุ่นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราเร่งที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป ส่วนในช่วงความเร็วสูงนั้นแม้จะไม่ได้ทดสอบ แต่จากประวัติของเครื่องยนต์รุ่นนี้ ด้วยเวลาที่ผ่านมา กับบอดี้รุ่นเดิม ๆ ก็น่าจะพิสูจน์ได้อย่างเหลือเฟือแล้วถึงสมรรถนะของมันได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว สิ่งที่ชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือพวงมาลัยที่ “เบา” ขับง่าย ผู้หญิงก็น่าจะขับได้อย่างสบาย ในขณะที่มีความแม่นยำ คอนโทรลทิศทางได้ดี

ส่วนช่วงล่างนั้นหากเป็นผู้ใช้งานที่เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลักน่าจะชอบใจกันสุด ๆ เพราะนุ่มได้ใจ ในขณะที่ขับด้วยความเร็วใช้งานแบบปกติ ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าย้วยเกินไป แต่หากเป็นนักขับเท้าหนัก ชอบเล่นโค้งอาจจะรู้สึกว่านุ่มไปนิด แต่ก็น่าจะปรับเซ็ตกันได้ไม่ยาก โช๊คดี ๆ สักชุดน่าจะเห็นผล แต่สิ่งที่ถือเป็นจุดเด่นที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับ All New Isuzu MU-X ก็คงจะหนีไม่พ้นการจัดเต็มของออฟชั่นต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของระบบตัวช่วยไฮเทคต่าง ๆ ที่ยัดใส่มาแบบไม่มีกั๊ก ชนิดที่ไม่แพ้คู่แข่งรายไหนในตลาดเลยทีเดียว ยิ่งประกอบกับหน้าตาที่มีการปรับโฉมมาให้ดูทันสมัยโฉบเฉี่ยวทันสมัยขึ้นกว่าเดิมอีกไม่น้อย ก็ยิ่งทำให้รถรุ่นนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว


 

 

 

 

 


Powered by MakeWebEasy.com