GLB น้องรองสุดท้องในกลุ่ม SUV ของ M-B

โดย กันตธรรม ราชวัลลภานุสิษฐ์

รถยนต์ในกลุ่ม SUV ของ Mercedes-Benz เมื่อในอดีตเราจะเห็นมีกันอยู่แค่ไม่กีโมเดล ที่จำได้ชัดเจนก็จะมี G-Class กับ ML-Class เป็นตัวหลักในการทำตลาด แต่พอมาถึงปัจจุบันทางค่ายดาวสามแฉกนี้เขามีให้เลือกมากมายหลากหลายโมเดลเหลือเกิน เรียกว่าพร้อมเข้าเสียบโรมรันทำตลาดกับคู่แข่งได้แทบจะทุกเซ็กเม้นท์เลยทีเดียว

ก่อนอื่นผมต้องยอมรับว่าจำรุ่นรถของ M-B เขาได้ไม่หมดจริง ๆ ไม่ว่าจะรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ ฯลฯ ขนาดค่ายรถแดนปลาดิบที่ว่ากันว่ามียอดขายระเบิดระเบ้อยังมีโมเดลให้เลือกได้ไม่มากเท่าค่ายดาวสามแฉกเขาเลย เฉพาะในกลุ่ม SUV ของเขาที่มีทำตลาดในบ้านเรา ก็มีให้เลือกได้มากถึง 6 โมเดลด้วยกัน ไล่จากเล็กไปใหญ่ ก็มี GLA,GLB,GLC,GLE,GLS และขาลุยมาดดุอย่าง G-Class สำหรับ GLB ที่ผมจะเขียนถึงอยู่นี้ เป็นน้องรองสุดท้องในกลุ่ม SUV ของค่ายดาวสามแฉก นับเป็นการเปิดตลาดครั้งแรกของโมเดลนี้ในบ้านเรา

 

หน้าตาอารมณ์คล้าย GLE

สัมผัสแรกที่ได้จาก GLB ก็เห็นจะเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตาที่มีแนวทางการดีไซน์ออกไปในทางที่คล้ายคลึงกับ GLE รุ่นพี่มากทีเดียว ตัวรถเป็นทรง 2 กล่องที่ค่อนข้างจะดูเป็นก้อนทรงเหลี่ยมไม่ได้ออกอารมณ์สปอร์ตปราดเปรียวแบบ GLA หรือ GLC เอาเป็นว่ามีสไตล์ออกไปทางหรูหราแฝงบึกบึนนิด ๆ ส่วนตัวผมมองว่ามีขนาดตัวกำลังดีไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป และถ้าเดาไม่ผิด GLB คันนี้น่าจะใช้ Floor pan ร่วมกับ A-Class และ GLA แต่เปลี่ยนเปลือกใส่อุปกรณ์ให้มีความแตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการตามกำลังทรัพย์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

 

กว้างขวางตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย

จากทรงตัวถังในแบบ 2 กล่องที่ชัดเจน ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าขนาดพื้นที่ในห้องโดยสารนั้นกว้างขวางมากทีเดียว จากทรงตัวถังที่มีช่วง Headroom สูง ก็เลยมีทัศนวิสัยที่โปร่งโล่งตา รู้สึกกว้างขวางไม่อึดอัดอีกด้วย แต่ด้านนอกก็จะดูไม่ค่อยปราดเปรียวนัก (อันนี้มันต้องแลกกัน เป็นไปตามธรรมชาติของโลก)

พื้นที่สำหรับบรรทุกสัมภาระด้านท้าย ส่วนแถว 3 นั้น เอาไว้ใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินมีผู้ติดตามหลาย ๆ คน จะเหมาะกว่า ชุดแผงหน้าปัดแพรวพราวตามแบบฉบับ M-B ยุคใหม่ที่ใช้จอลักษณะเหมือน Tablet มีภาพกราฟฟิกจำลองเป็นมาตรวัดแบบเข็มที่มีครบถ้วน คันบังคับเกียร์อัตโนมัติเป็นลักษณะเหมือนก้านไฟเลี้ยวอยู่ด้านขวามือ คนที่ไม่คุ้นกับคันเกีร์แบบนี้คงต้องทำความคุ้นเคยกันสักนิดนึง แต่พอคุ้นแล้วก็สะดวกสบายไร้ปัญหา จากทัศนวิสัยที่ค่อนข้างโปร่งทำให้รู้สึกว่ารถคันนี้ขับขี่ได้ง่ายคล่องตัว ไม่รู้สึกเทอะทะอย่างที่คิดไว้ตอนแรก น่าจะพูดได้ว่ากว้างขวางขับสบายฟังก์ชั่นครบ

1.3 แต่แรงเกินคาด

สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายใน GLB คันนี้ ก็เป็นเรื่องของการตอบสนองที่น่าประทับใจของเครื่องยนต์และเกียร์ ซึ่งหากไม่บอกก็ไม่มีทางรู้เด็ดขาดว่าใช้เครื่งยนต์แค่ 1.3 ลิตร ที่จิ๋วแต่แจ๋วตามเทรนด์เครื่องยนต์ยุคใหม่ที่ความจุต่ำแต่กำลังสูง เพื่อลดมลพิษและประหยัดน้ำมัน



ตัวเครื่องยนต์เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 1.3 ลิตร โด้ปยาด้วย Turbocharger และ Intercooler ทำให้รีดแรงม้าออกมาได้มากถึง 163 แรงม้า/5,500 รอบต่อนาที กับแรงบิดขนาด 250 นิวตันเมตร/1,620-4,000 รอบนต่อนาที ส่งผ่านระบบเกียร์แบบ 7G-DCT Automatic Transmission มีก้าน Paddle shift ที่วงพวงมาลัยแถมมาให้ด้วย เหตุผลที่ทำให้ GLB มีการตอบสนองที่ดีในเรื่องของอัตราเร่ง และการทำความเร็ว มาจากสูตรผสมที่ลงตัวระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์

โดยเฉพาะการเลือกใช้เกียร์ DCT ที่ตอบสนองส่งถ่ายกำลังได้กระฉับกระเฉงกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบที่ใช้แรงดันน้ำมันส่งกำลังผ่านชุดเกียร์มายังทอร์คคอนเวอร์เตอร์ที่เราคุ้นเคยกันดี เจ้า DCT นี้จะพูดให้เข้าใจง่ายมันก็มีเค้าโครงเหมือนกับเกียร์แบบธรรมดา แต่มีคลัทช์ 2 ชุด แทนที่จะมีชุดเดียว ชุดหนึ่งสำหรับชุดเกียร์เลขคี่ (1,3,5,7)อีกชุดหนึ่งสำหรับชุดเกียร์เลขคู่ (2,4,6) ทำให้ตัดต่อเกียร์ได้เร็วกว่า ส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องโดยที่เราไม่ต้องเหยียบคลัทช์เข้าเกียร์เอง แต่ก็มีจุดอ่อนบ้างเวลาขับในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หยุด ๆ วิ่ง ๆ เปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงถี่ ๆ จะรู้สึกมีอาการกระตุกเล็กน้อยแบบนาน ๆ มาที ซึ่งก็ไม่ได้สร้างปัญหาแต่อย่างใด



แม้อัตราเร่งของ GLB จะไม่ได้รุนแรงดุเดือดก็ตาม เนื่องจากน้ำหนักตัวไม่น้อย แล้วยังมีล้อยางขนาดใหญ่อีกต่างหาก แต่ก็มีฝีเท้าที่ไม่ได้สร้างความอึดอัดแต่อย่างใด ค่อนข้าจะออกไปทางจัดจ้านเสียด้วยซ้ำ แถมยังทำอัตราสิ้นเปลืองได้เป็นที่น่าพอใจด้วยอีกต่างหาก

 

ช่วงล่างวางใจได้ยังไงก็ M-B

สิ่งที่เป็นจุดแข็งอีกประเด็นหนึ่งของ GLB ก็คือ การไว้ใจได้ของระบบช่วงล่าง แม้นจะเป็นรถในสไตล์ SUV ยกสูงก็ตาม แต่การทรงตัวก็ไม่ได้โคลงเคลงจนน่ากังวลจัดอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ความนุ่มนวลในการรับมือกับหลุมบ่อและรอยต่อบนถนนทำได้ดีไม่เสียชื่อตราดาวสามแฉก ถ้าไม่หนักหนาสาหัสจริง ๆ แทบจะไม่ได้รู้สึกได้ถึงอาการโครมครามให้เสียอารมณ์เลย ส่วนการควบคุมบนย่านความเร็วสูงนิ่งไม่ว่อกแว่ก ในโค้งอาจจะมีอาการโคลงตัวบ้าง ซึ่งเป็นอาการปกติของรถสไตล์ SUV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถยนต์นั่ง มันก็มีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์มากตามไปด้วยเป็นธรรมดา ถ้าจะไม่ให้โคลงตัวกันบ้างเลย ก็ต้องเซ็ทช่วงล่างกันให้แข็งเป็นหิน แต่ก็ใช่ว่าแข็งแล้วจะเกาะถนนเสมอไป ไอ้ที่แข็งอย่างเดียวไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวก็มีถมไป ทุกอย่างมันต้องอยู่บนความพอดีทั้งนั้นละขอรับ



สรุปรวมความได้ว่า Mercedes-Benz GLB คันนี้ ตอบโจทย์การใช้งานในแบบอเนกประสงค์ได้ครบถ้วน การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ทำได้ดีเกินเครื่องขนาด 1.3 ลิตร และมีอัตราสิ้นเปลืองที่น่าสนใจอีกด้วย ช่วงล่างไม่เสียชื่อตราดาวสามแฉก ส่วนราคาค่าตัวเขาก็วางไว้ที่ 2.86 ล้านบาท

รายละเอียด Mercedes-Benz GLB200

แบบรถ                                                SUV 5 ประตู

ตำแหน่งเครื่องยนต์                              วางขวางด้านหน้า

แบบเครื่องยนต์                                   แถวเรียง 4 สูบ Turbo+Intercooler

ขนาดความจุ                                      1,332 ซี.ซี.

กำลังสูงสุด                                        163 แรงม้า/5,500 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด                                      250 นิวตันเมตร/1,620-4,000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง                                     7G-DCT อัตโนมัติ

ระบบขับเคลื่อน                                   2 ล้อหน้า

Powered by MakeWebEasy.com