New Nissan Teara ปรับใหม่ไฉไลขึ้น..แม้ยังไม่เพียบ

เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม บริษัท นิสสันมอเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด ได้ส่งรถ PPV ปรับโฉมใหม่ภายใต้ชื่อ Teara มาให้ทางพวกเราได้ลองทำพรีวิวกัน(ซึ่งแต่เดิมทีจะจัดเทสต์กรุ๊ป) โดยทางนิสสันได้จัดส่งรถมาในรูปแบบ New Normal มีทีมงานจัดส่งรถ พร้อมพ่นฆ่าเชื้อ และให้ข้อมูลตัวรถ ก่อนจะปล่อยรถให้เราทำพรีวิวกันเกือบๆ 1 วัน ก่อนที่ทีมงานจะมารับรถกลับ   

         

จริงๆ แล้วทางนิสสัน มีแผนจัดการงานเปิดตัวเจ้า New Teara ในช่วงงาน  Big Motor Sale 2021 แต่ก็ต้องเปลี่ยนแผน เพราะพิษโควิท ทำให้ต้องมาจัดงานเปิดตัวในรูปแบบ Live สด ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียแทน ตัวรถจริงๆ ในต่างประเทศมีการเผยโฉมกันบ้างแล้ว แต่สำหรับในเมืองไทย และอาเซียนรวมถึงออสเตรเลีย จะเปิดตัวใช่ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้


 

ไฟหน้า Quad LED เส้นสายด้านหน้าสไตล์ V-Motion

New Teara มีการปรับปรุงในรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ให้ดูหรูหราขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะชุดไฟหน้าแบบ Quad LED ฝั่งล่ะ 4 ดวง คู่ล่างจะเป็นไฟต่ำ และคู่บนจะเป็นไฟสูง(ไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติ) แค่ไฟคู่หน้าก็ทำให้ตัวรถดูแตกต่างไปจากเดิม กระจังหน้าโครเมี่ยมสไตล์ V-Motion ขนาดใหญ่(แอบใหญ่ไปนิด) พร้อมโลโก้ขนาดใหญ่ ใต้โลโก้จะมีชุดเรดาร์ของระบบความปลอดภัยฝังอยู่ ฝากระโปรงหน้าออกแบบให้เส้นสายสอดรับกับชุดไฟหน้า และกระจังหน้า กันชนหน้าออกแบบใหม่ มีไฟตัดหมอกแบบ LED ขนาบอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง โดยมีกรอบโครเมี่ยมล้อมช่องรับลมด้านข้างทำให้รถดูหรูมีระดับ

เส้นสายด้านข้างตัวรถแทบจะไม่แตกต่างไปจากเดิมยกเว้นแก้มคู่หน้าที่ออกแบบใหม่ให้สอดรับกับชุดไฟหน้าที่โค้งอ้อมมาด้านข้าง(มองดีๆ ละม้ายคล้าย Mitsubishi Triton ก่อนไมเนอเชนจ์) รูฟแร็คหลังคาเปลี่ยนสีสันใหม่จากดำมาเป็นสีบร็อนซ์ทำให้ตัวรถดูสว่างมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม กระเถิบเดิมอ้อมมาท้ายรถพบกับ ชุดไฟท้ายที่ออกแบบใหม่ โดยเลือกใช้แบบ LED สีเลนส์แบบ แบล็คโคม ทำให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมกับคิ้วโครเมี่ยมขนาดใหญ่พาดยาวไปเชื่อมชุดไฟท้ายอีกฝั่ง และโลโก้ Teara ขนาดใหญ่


ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบเดิม เพิ่มเติมด้วยระบบ Kick Sensor หรือเปิด-ปิดฝาท้ายด้วยระบบเตะ ช่วยให้การขนสัมภาระเข้ารถได้สะดวกยิ่งขึ้น สปอยเลอร์หลังมาพร้อมกับไฟเบรคดวงที่สามติดตั้งมาให้จากโรงงาน ล้อแม็กลายใหม่ทั้ง 3 รุ่น โดยในรุ่น VL 4x4, VL 4x2 จะมาพร้อมกับล้อแม็กขอบ 18 นิ้ว ในรุ่น V จะมาพร้อมกับล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว



เปลี่ยนคอนโซลหน้า..เปลี่ยนโทนสีภายใน เพิ่มลูกเล่น และเครื่องเสียง BOSE

ภายในห้องโดยสารของ New Teara รอบนี้ทางนิสสัน ได้พยายามออกแบบปรับเปลี่ยนภายในให้มีความแตกต่างไปจากกระบะ Navara โดยทางวิศวกรได้จัดการออกแบบชุดคอนโซลหน้าใหม่ทั้งหมด ทำให้ภายในดูหรูหราขึ้นกว่าเดิม ชุดมาตรวัดเรือนไมล์เป็นชุดเดียวกับ New Navara โดยมีจอ TFT ตรงกลางที่คอยบอกสถานการณ์ทำงานต่างๆ ของตัวรถอย่างครบครัน พวงมาลัยเปลี่ยนใหม่แบบ D-Shape ทรงตูดตัดให้อารมณ์สปอร์ตยิ่งขึ้น มาพร้อมกับปุ่มมัลติฟังก์ชั่นทั้ง 2 ฝั่ง โดยฝั่งขวาเป็นปุ่มของระบบ Cruise Control(ยังไม่ยอมให้ Adaptive Control มาให้ซะที่) พวงมาลัยปรับได้แค่สูง-ต่ำเท่านั่น

 


บริเวณคอนโซลกลางติดตั้งชุดจอมัลติมีเดียแบบ 8 เหลี่ยมขนาด 9 นิ้ว แบบทัชสกรีน เชื่อมต่อ Apple Car Play โดยผ่านการเชื่อมต่อ Wiress ส่วน Android Auto ยังต้องเสียบสายอยู่ พร้อมกับนี้ระบบเครื่องเสียงของ New Teara รอบนี้มาพร้อมกับชุดลำโพง BOSE 8 ตัว และแอมป์พลิฟายเออร์(เฉพาะรุ่น VL) ถัดลงมาจะเป็นชุดระบบปรับอากาศแบบ Auto Dual Zone แยกอุณหภูมิระหว่างผู้ขับขี่กับผู้โดยสารตอนหน้าได้(ผู้โดยสารตอนหลังอิงอุณหภูมิข้างคนขับ) กระเถิบลงมาล่างสุดในรุ่น VL จะให้ที่ชาร์จมือถือแบบ Wiress Change มาให้เสร็จสรรพ


คอนโซลเกียร์ออกแบบใหม่ให้สอดรับกับชุดคอนโซลหน้า และคอนโซลกลาง หัวเกียร์เปลี่ยนใหม่ให้ดูหรูขึ้น ระบบเบรคมือเปลี่ยนจากแบบกลไกมาใช้ แบบไฟฟ้า แต่ยังไม่ให้ Auto Hold มา(น่าจะมาครบๆ) ใกล้ๆ กันจะเป็นสวิทช์สำหรับพับเบาะนั่งแถวที่ 2 เพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง ของผู้โดยสารแถวที่ 3(อันนี้รุ่นแรกมีมาให้) กระเถิบมาจะมีที่วางแก้วให้ 2 ที่ ต่อมาเป็นที่เท้าแขนเปิดมาเป็นที่เก็บของขนาดพอเหมาะ


เบาะนั่งคู่หน้ามีการออกแบบใหม่(เหมือนกับ Navara) ทำให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารตอนหน้ามีความสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น เบาะผู้ขับเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมดุนหลัง ส่วนผู้โดยสารตอนหน้ายังคงเป็นแบบปรับมือ(คู่แข่งให้ไฟฟ้ามากันหมดแล้ว) ตรงนี้คือ สิงที่ New Teara เสียเปรียบ และอาจทำให้ผู้ที่รอซื้ออาจลังเลอยู่นิดๆ ก็เป็นได้ ส่วนเบาะผู้โดยสารแถว 2 ยังคงเหมือนเดิม แยกพับ 60:40 ปรับเอนพนักพิง(มีพักแขนพร้อมที่วางแก้มเก็บพับได้) และเลื่อนสไลด์เพิ่มเนื้อที่ให้กับผู้โดยสารแถวที่ 3ได้


เบาะนั่งแถว 3 พับเรียบได้ และพนักพิงปรับเอนได้ 2 ระดับ โดยที่นั่งแถวที่ 3 ฝั่งซ้ายตรงแผงข้างมีการติดตั้งช่องเสียบ USB ไว้ชาร์จไฟหรือมือถือ ใกล้ๆ กับเป็นช่องเสียบ HDMi เพื่อให้กับจอขนาด 11 นิ้ว พับเก็บได้ ไว้ดูภาพยนตร์ ในรุ่น VL 4x4, VL 4x2 ทางนิสสันจะแถม Mi Stick มาให้ เพื่อเชื่อมต่อดูความบันเทิงทั้งจาก Youtube, Netfix ฯลฯ


โทนสีภายในห้องโดยสารของ New Teara จะมีให้เลือก 2 สีคือ สีขาว(ออกสีเบจ) และสีดำสลับแดง ในรุ่น VL 4x4, VL 4x2 ส่วนรุ่น V จะเป็นเบาะนั่งแบบผ้าสีดำ ส่วนเรื่องการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาย New Teara ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนนึงเกิดมาจากการใช้กระจกบังลมหน้า และกระจกประตูคู่หน้าแบบ อะคูสติก เธียเตอร์กลาส พร้อมกับเพิ่มฉนวนซัพเสียงบริเวณแผง Fire Wall ด้านหน้าที่ติดติดกับห้องเครื่อง ทำให้ขณะขับขี่เดินทางไกลหรือแม้กระทั่งใช้งานในเมือง เสียงของเครื่องยนต์ หรือเสียงของลมที่มาปะทะตัวรถเล็ดลอดเข้าสู่ห้องโดยสารน้อยลงอย่างรู้สึกได้

 

 

พละกำลังเหมือนเดิม..ตอบสนองดีขึ้นรอบต้น          

ทางด้านขุมพลังของ New Teara ยังคงไว้ใจเครื่องยนต์บล็อก YS23DDTT ดีเซล คอมมอนเรล ไบ-เทอร์โบ ความจุ 2.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงถึง 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-ม. ทำงานคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ พร้อม Manual Shift +/- พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part Time พร้อม Diff Lock ไฟฟ้าในรุ่น VL 4x4 และขับเคลื่อน 2 ล้อหลังในรุ่น VL 4x2 กับรุ่น V


โดยสมรรถนะของเครื่องยนต์เท่าที่ได้สัมผัส การตอบสนองของอัตราเร่งในช่วงต้นเหมือนจะดีกว่าของเดิม จังหวะเพิ่มความเร็วหรือเร่งแซงทำได้รวดเร็วทันใจขึ้น การทำงานของเกียร์มีอาการดีเลย์น้อยลง ช่วยให้การขับขี่สนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลาเดินทางไกล ส่วนเรื่องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเท่าที่ดูจากตัวเลขบนออนบอร์ดไม่แตกต่างไปจากรุ่นเดิม

 

ช่วงล่างนุ่มขึ้น VL ได้ดิสค์ 4 ล้อ

ทางด้านระบบกันสะเทือนของ New Teara ยังคงเหมือนเดิม ด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนก 2 ชั้น สตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบ คานแข็ง คอยล์สปริง ในรอบนี้ทางนิสสัน ได้มีการปรับเซ็ทอัพใหม่ให้ช่วงล่างโดยเฉพาะทางด้านล่างนุ่มนวลขึ้น ขับทางไกลสบายขึ้น เท่าที่ได้สัมผัสอาการสะเทือน และดีดเด้ง เวลาเจอถนนที่เป็นลอนคลื่น ช่วงล่างซัพแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลให้ผู้โดยสารที่นั่งทางด้านหลังได้รับความสบายกว่าเดิม ส่วนทางด้านหน้าก็นุ่มขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน

                

ระบบบังคับเลี้ยวแบบ แร็คแอนด์พิเนี่ยนพร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง(ยังคงเป็นแบบไฮดรอลิค) ทางนิสสันมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของอัตราทดแร็คพวงมาลัยใหม่ ให้ทำงานกระชับ ฉับไวมากยิ่งขึ้น โดยจังหวะ Turn to Lock จากเดิม 3.8 รอบ เหลือเพียง 3.4 รอบ ทำให้การมุดซอกแซกในเมือง, หรือโยกเปลี่ยนเลนทำได้ไวมากขึ้น แต่หลังจากเท่าที่ลองสัมผัสอาจจะด้วยเวลาที่น้อยทำให้รู้สึกว่า มันหวิวๆ นิดๆ ส่วนหนึ่งเกิดมาจากน้ำหนักของพวงมาลัยแทบจะไม่แตกต่างไปจากเดิม แต่วงพวงมาลัยเล็กลง และไวขึ้น แต่โดยรวมถือว่าทำให้รถคันใหญ่ๆ มีความคล่องตัวในระดับเดียวกับคู่แข่ง แต่ถึงกระนั่นรัศมีวงเลี้ยวก็ยังคงเท่าเดิม

               

ระบบเบรคของ New Teara ในครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนในรุ่น VL ทั้ง 4x4 และ 4x2 จะมาพร้อมกับดิสค์เบรคทั้ง 4 ล้อ จานเบรคหน้าขนาด 350 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรคแบบ 2 ลูกสูบ ส่วนทางด้านหลังจากเบรคขนาด 330 มม. คาลิเปอร์แบบ 1 ลูกสูบ(ส่วนรุ่น V จะยังคงเป็นหน้าดิสค์-หลังดรัม) ซึ่งการปรับปรุงระบบเบรคในครั้งนี้ทำให้ประสิทธิภาพถือว่าเฉียบ นุ่มนวล คอนโทรลง่าย แม้รุ่นเดิมที่เป็นหน้าดิสค์-หลังดรัมจะทำงานได้ดีกว่าพรรคพวก PPV แล้วก็ตาม


ระบบความปลอดภัยเกือบเต็มพิกัด
ทางด้านระบบความปลอดภัยใน New Teana ให้มาค่อนข้างเยอะพอสมควรอาทิเช่น

ระบบ Intelligent Around View Monitor(IAVM) กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบคัน ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) คอยตรวจจับ และส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบบุคคล หรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับภาพความเคลื่อนไหวได้

ระบบ Intelligent Emergency Braking(IEB) เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ เป็นระบบเตือนก่อนการชนทางด้านหน้า โดยวิเคราะห์ระยะห่าง และความเร็วจากรถคันหน้า เพื่อชะลอหรือหยุดรถ ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง

Intelligent Forward Collision Warning(IFCW) ระบบจะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญญาณเตือน หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ

ระบบ Intelligent Blind Spot Intervention(IBSI) เทคโนโลยีป้องกันการชนจากมุมอับสายตาอัจฉริยะ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ขณะจะเปลี่ยนเลน ระบบจะทำงานทันทีเมื่อมีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางขับขี่ด้านข้าง ซึ่งผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็น หากยังพบการออกนอกช่องทาง ระบบจะส่งแรงเบรคอย่างนุ่มนวล เพื่อดึงรถกลับเข้าสู่เส้นทางการขับขี่

ระบบ Intelligent Lane Intervention(ILI) เทคโนโลยีเตือนรถออกนอกช่องทาง ซึ่งในตัว Mew Teana แค่เตือนด้วยเสียง ไม่มีการดึงพวงมาลัยให้รถกลับสู่ช่องทางเดิม

ระบบ Rear Cross Traffi Alert(RCTA) ระบบแจ้งเตือนในขณะที่เข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อพบว่ามีรถที่เข้ามาทางด้านหลังทั้งซ้าย-ขวา ก็จะมีเสียงเตือนพร้อมไฟกระพริบในด้านที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา

นอกจากนี้ก็จะมีระบบ Hill Star Assist(HAS), ระบบ Hill Descent Control(HDC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบป้องกันไม่ให้ตัวรถไหลขณะลงเนิน พร้อมกันนี้ก็ยังมีในเรื่องของระบบเบรค ABS, EBD, BA และถุงลมนิรภัย 6 ใบรอบคัน(รุ่น VL)
                

บทสรุปสำหรับการทดลองขับในรูปแบบ พรีวิว ของ New Nissan Teara ตัว VL 4x4 ในครั้งนี้ จัดว่าทางนิสสัน ทำการบ้านมาได้ค่อนข้างดี แต่บางท่านอาจมองว่าดีไซน์ภายนอกอาจดูจืดไปสักนิด และอ็อฟชั่นที่ให้มายังดูกั๊กๆ ไปหน่อย แต่ในภาพรวมก็ถือว่าให้ค่อนข้างคุ้มกับเม็ดเงินที่ต้องเสียไป และทุกฟังก์ชั่นเป็นฟังก์ชั่นที่น่าจะใช้งานกันบ่อยๆ ซึ่งวันที่บทความนี้ถูกปล่อยออกไป ทางนิสสัน ก็คงได้ประกาศราคา New Teara ทั้ง 3 รุ่น อย่างเป็นทางการ  

   

Powered by MakeWebEasy.com