พิสูจน์สมรรถนะ ORA 07 รถไฟฟ้า 100% ทรงสปอร์ท ซีดาน

726 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โดย อัฐฒา นายเรือ

หลังจากที่ ORA 07 รถไฟฟ้า 100% ทรงสปอร์ท ซีดาน ได้เผยโฉมให้สาธารณะชนได้เห็นตัวจริงกันมาระยะหนึ่งแล้ว ก็ถึงเวลาเปิดตัวและให้ผู้สื่อข่าวได้ทดลองขับกันในด้านสมรรถนะ ความหรูหรา สะดวกสบาย รวมไปถึงออพชั่นไฮเทคที่ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ติดตั้งมาให้อย่างเกินพอ เราได้มีโอกาสทดลองขับ ORA 07 กันที่สนามแข่งพีระ เซอร์กิต พัทยา เป็นจำนวน 4 รอบด้วยกัน

จากการที่เราได้ลองขับเจ้า ORA 07 กันอย่างเต็มที่บนพื้นแทรคสนามแข่งที่มีทั้งทางตรงยาวๆ ให้ลองอัตราเร่งกันตั้งแต่ออกตัว การเข้าโค้งหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงการหักหลบและการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันไปมาเพื่อลองดูการบังคับควบคุมและระบบที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยผู้ขับขี่ให้สามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการทดสอบเบรกในช่วงก่อนเข้าโค้งต่างๆ โดยเราจะขับแต่ในรุ่น PERFORMANCE ซึ่งเป็นรุ่นทอพและแรงที่สุดของ ORA 07


หลังจากวิ่งชมสถานีต่างๆ รอบสนามแข่ง 1 รอบ เราก็มาจอดที่จุดเริ่มเข้าสู่ทางตรง ช่วงนี้เราจะได้ลองอัตราเร่ง กดคันเร่งเต็มที่บนทางตรงยาวๆ ราว 300 ม. อัตราเร่งมาเต็มมาก หลังติดเบาะกันเลย อารมณ์ดึงราวกับเราขับซูเปอร์คาร์ เป็นรถที่ออกตัวได้เร็วมากๆ ในสไตล์ของรถไฟฟ้า รถใช้น้ำมันสันดาบภายในที่จะสู้ได้ต้องเป็นสปอร์ทระดับซูเปอร์คาร์ที่มีราคาค่าตัวแพงกว่านี้หลายเท่าตัว การออกตัวแรงแบบที่เรานึกไม่ถึง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เท่าที่ลองวัดกันในสนามช่วงทดสอบอยู่ระหว่าง 4 วินาที บวก ลบ แรงทันใจอย่างแน่นอนครับ

เมื่อเราวิ่งมาจนสุดทางตรงก็ถึงโค้งหักศอกขึ้นเขา รถพาเราเข้าโค้งตามไลน์สนามที่เจ้าหน้าที่วางกรวยเป็นแนวไว้ การเข้าโค้งเป็นไปด้วยดี ต่อจากนั้นก็เป็นโค้งยูเทิร์น ก่อนจะวิ่งลงเนินไปพบกับการขับซิกแซกผ่านกรวยแบบสลาลอม วิ่งผ่านโค้ง 100R ซึ่งเป็นโค้งที่ใช้ความเร็วสูง ก่อนเข้าเข้าโค้งตัวเอส และพบกับการตั้งกรวยกั้นทางวิ่งเป็น LANE CHANGE ขับเปลี่ยนทิศทางหลบจากด้านซ้ายไปทางขวามือด้วยความเร็ว ต่อจากนั้นก็เจอกับโค้งเอสอีกครั้ง และตามด้วยโค้งหักศอกก่อนเข้าทางตรง เราขับรอบสนามแบบนี้กันอีก 3 รอบเต็มๆ ส่วนหนึ่งของการที่เราสามารถขับเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจมาจากการที่ ORA 07 ติดตั้งยางสปอร์ทจากมิเชอลินในรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับรถ EV โดยเฉพาะเพื่อรองรับอัตราเร่งที่เร็วและน้ำหนักตัวรถที่มาก ถือว่าเป็นยางในระดับแนวหน้าของบรรดารถไฟฟ้าในเวลานี้เลยทีเดียว


ใน 2 รอบ เราใช้โหมดสปอร์ท ที่จะมีระบบอีเลคทรอนิคเข้ามาช่วยเราแก้อาการรถไม่ให้เสียการทรงตัวและปลอดภัย เราเข้าโค้งกันด้วยความเร็วสูง เมื่อรถเริ่มเสียอาการทั้งหน้าแถหรือท้ายปัด ระบบจะเข้ามาช่วยผสานกับการแก้อาการของเราให้รถผ่านพ้นการหลุดโค้งไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเรามาเร็วจนเกินลิมิตที่ระบบจะรับได้ รถก็จะเสียอาการและหลุดโค้ง ซึ่งแม้รถรุ่นนี้จะมีตัวช่วยที่ทันสมัยแต่ผู้ขับขี่ก็ยังต้องควบคุมรถด้วยความไม่ประมาท ทุกอย่างมีลิมิตของมัน การขับในสถานการณ์ต่างๆ ทำได้อย่างมั่นใจ การออกโค้งทำได้อย่างรวดเร็วจากการที่รถมีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมจากระบบของรถไฟฟ้าที่ตอบสนองได้เร็วกว่ารถสันดาปภายใน



รอบสุดท้ายเราลองใช้โหมด สปอร์ท พลัส ที่เราต้องใช้ความสามารถในการควบคุมรถเพิ่มขึ้น ตัวช่วยของระบบยังคงมีอยู่แต่จะเข้ามาช้ากว่าโหมดสปอร์ทโดยจะเน้นให้เราควบคุมรถด้วยตนเองก่อนที่ระบบจะเข้ามาช่วยเรา เป็นโหมดที่ท้าทายความสามารถมาก อาการของรถจะออกมากกว่าในโหมดสปอร์ท เพราะการตอบสนองของระบบที่คอมพิวเตอร์จะบันทึกไว้จะแก้อาการรถได้เร็วกว่าเรามากมาย ทำให้บางครั้งรถเราจะมีอาการลื่นไถล หรือชนกรวยยางที่วางไว้มากขึ้น เมื่อใช้โหมดสปอร์ท พลัส บางครั้งเราอาจต้องลดความเร็วลงกว่าการขับด้วยโหมดสปอร์ท เพื่อที่จะสามารถแก้อาการรถได้ทันการในขณะที่ใช้ความเร็วในโค้ง

ระบบรองรับที่เน้นความนุ่มนวล มากกว่าแนวสปอร์ท และน้ำหนักตัวรถที่ค่อนข้างเยอะเพราะต้องแบกแบทเตอรีที่มีน้ำหนักไม่เบาทีเดียววิ่งไปกับเราด้วย แต่การเข้าโค้งต่างๆ ก็ยังเป็นไปด้วยดี ถ้าเราขับเข้าโค้งด้วยความเร็วปกติที่เราใช้กันอยู่นีวิตประจำวัน ORA 07 ก็จะพาเราผ่านโค้งต่างๆ ไปด้วยความปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดี เงียบ ไม่ค่อยมีเสียงรบกวนเข้ามาให้เราได้ยิน เสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้ลองเครื่องเสียงที่ติดตั้งลำโพงชั้นยอดจาก อินฟินิตี้ ถึง 11 ตัว ว่าจะไพเราะขนาดไหน แต่ก็น่าจะทำได้ดีทีเดียวครับ

เราผ่านการขับ 4 รอบสนามด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเข้ามาในพิทและเปลี่ยนผู้ทดสอบท่านอื่น


ORA 07 เป็นรถอีวีหรู เร็ว ให้ความสะดวกสบายทั้งในการขับและนั่งโดยสาร มีอุปกรณ์ทันสมัยรวมไปถึงตัวช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย ทางเกรท วอลล์ จะเปิดราคาในงาน MOTOR EXPO นี้ แต่แย้มมาว่า ราคาน่าจะถูกกว่าคู่แข่งครับ พบกับตัวจริงของ ORA 07ได้ในงาน MOTOR EXPO และโชว์รูม GWM ทุกแห่งนะครับ ไปยลโฉมและทดลองขับกันได้ครับ

 

  มารู้จักกับรายละเอียดและสเปกของ ORA 07  


ORA 07 มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น LONG RANGE และรุ่น PERFORMANCE
● สีรถภายนอก: มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ขาว (Jade White) เทา (Amethyst Grey) และสีพิเศษ ม่วง (Crystal Purple) (เฉพาะรุ่น PERFORMANCE)
● สีรถภายใน: สีน้ำตาล: ภายนอกสีม่วง / สีเทา สีดำ: ภายนอกสีขาว / สีเทา

การออกแบบรูปทรงภายนอกแลดูโค้งมน พลิ้วไหว จากการได้แรงบันดาลใจจากสายน้ำ โดยเน้นในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ ล้อรถที่มีลักษณะเหมือนอุ้งเท้าแมว



ไฟหน้า Intelligent LED ทรงกลมดีไซน์โดดเด่น ให้ความสว่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในทุกเส้นทางด้วยระบบอัจฉริยะ เช่น ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติและฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่อง(Follow Me Home) พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอก LED

ดีไซน์ด้านข้าง ได้รับการออกแบบให้หน้าต่างด้านข้างโค้งสูง มีเส้นโดยรอบทั้งคัน มาพร้อมหน้าต่างไร้กรอบที่เป็นกระจกแบบ 2 ชั้น เพื่อช่วยในเรื่องการซับเสียงโดยจะเลื่อนลงเมื่อเปิดประตู และเลื่อนปิดโดยอัตโนมัติเมื่อปิดประตู

 เพิ่มความสปอร์ตไปอีกขั้น 


ดีไซน์ด้านหลัง ถูกออกแบบด้วยดีไซน์ Slip-Back ทำให้ตัวรถดูสปอร์ตขึ้นด้วยรูปทรงที่ดูเพรียวบางจะช่วยลดแรงต้านลมและช่วยเสริมสมรรถนะของรถยนต์ชุดล้อที่ยื่นออกมาเสริมให้ตัวรถดูหรูหราและมีมิติมากขึ้น เพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่งสปอยเลอร์ไฟฟ้ายังมาจากการออกแบบของรถสปอร์ต

 สมรรถนะ ORA 07 


 ORA 07 รุ่น PERFORMANCE มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 680 นิวตัน-เมตร วิ่งได้ระยะสูงสุด 550กิโลเมตร (NEDC Standard) และมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

 ORA 07 รุ่น LONG RANGE มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 กิโลวัตต์ หรือ204 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร วิ่งได้ระยะสูงสุด 640 กิโลเมตร (NEDC Standard)

 โครงสร้าง ORA 07 


ORA 07 ใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงสูงถึง 77.6% ของส่วนประกอบทั้งหมด ได้แก่เหล็กที่มีความแข็งแรงสูง 30.6% เหล็กที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษ 29.4% และเหล็กขึ้นรูปร้อน 17.6% โดยการใช้งานโครงสร้างของเหล็กขึ้นรูปร้อนได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับพื้นที่สำคัญของยานพาหนะรวมไปถึงการนำวัสดุคอมโพสิตที่เสริมด้วยไฟเบอร์เข้าไว้ด้วยกันช่วยให้มั่นใจถึงความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพการโค้งงอที่ยอดเยี่ยมปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสารจากการกระแทกจากด้านหน้า ด้านข้างและหลังคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หลังคาแก้วแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ (Panoramic Glass Roof)หลังคากระจกยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย ทำให้ภายในห้องโดยสารดูโปร่งและกว้างขวางขึ้น ประกอบกับตัวหลังคาเป็นกระจกที่ช่วยลดแสงและความร้อนอีกทั้งยังเป็นวัสดุที่ช่วยเก็บเสียงอีกด้วย


สปอยเลอร์ไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติที่สามารถตั้งให้เปิดเมื่อปลดล็อกรถ หรือเมื่อความเร็วถึง 70กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว มาพร้อมยางขนาด 235/45 โดยล้ออัลลอยของ ORA 07

 มิติตัวรถขนาดกว้างขวาง 


ด้วยมิติตัวรถ 1,862 x 4,871 x1,500 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) ระยะฐานล้อ 2,870 มม. ระยะความสูงใต้ท้องรถ(Ground Clearance) 125 มม. น้ำหนักรถ 2,115 กก.

การออกแบบระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันและระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ให้การขับขี่ที่ยึดเกาะถนนและนั่งสบายเพื่อตอบสนองการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว

 การออกแบบภายใน (Interior Design) 


ORA 07 ได้รับการตกแต่งภายในเป็นแบบเรโทรที่แฝงความลักซ์ชัวรีและรูปทรงปราดเปรียวสง่างาม ให้ความรู้สึกแบบซุปเปอร์คาร์ มาพร้อมกับคอนโซลกลางรูปตัว T พร้อมมอบความสุนทรีย์ในทุกช่วงเวลาการขับขี่ด้วยลำโพง Infinity และการตกแต่งห้องโดยสารด้วย Ambient Light และวัสดุสีเงิน ดำ และน้ำตาล (Silver,Black, Brown)

 การเชื่อมต่อของหน้าจอทั้ง 3 ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและปลอดภัย 


  หน้าจอกลางอัจฉริยะแบบสัมผัส ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้ทั้งApple CarPlay, Android Auto, MP5, Bluetooth, ระบบนำทาง,และแสดงข้อมูลการขับขี่ต่าง ๆ
  หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล ขนาด 10.25 นิ้ว
  หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า (Head-up display)

 


 ระบบความบันเทิงพร้อมลำโพง Infinity จำนวน 11 ตัว
 ระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระ และระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ ให้คุณภาพเสียงระดับสูง เพิ่มความสนุกในทุกการเดินทาง

 พวงมาลัยปรับแบบ 4 ทิศทาง เพิ่มความสะดวกสบายและคล่องตัวในการขับขี่ พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตช์ควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่
 ไฟตกแต่งห้องโดยสาร พร้อมฟังก์ชันแบบหลายสีและเป็นจังหวะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เพลิดเพลินในทุกการขับขี่และการผจญภัย


 เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า ระบบระบายอากาศเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทางและระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Memory Seat และระบบ Welcome Seat เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงจากรถ เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
 เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 2 มาพร้อมที่พักแขนตอนกลาง ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมช่องเสียบ USB A และ USB C


 พื้นที่ห้องโดยสารอเนกประสงค์ มีพื้นที่เก็บของมากมาย ตอบสนองความต้องการในการจัดเก็บสิ่งของของผู้ใช้งานเป็นอย่างดีทั้งกล่องใส่แว่นตาที่อยู่บนเพดานด้านหน้า พื้นที่จัดเก็บที่หลากหลายบริเวณแผงคอนโซลกลางที่สามารถใส่ของใช้ส่วนตัว พร้อมกับที่วางแก้วน้ำและบริเวณด้านข้างประตูยังมีช่องเก็บของสำหรับวางขวดน้ำ ร่ม และสิ่งของอื่น ๆ ในขณะที่ด้านหลังเบาะนั่งด้านหน้ามีกระเป๋าเก็บของ มอบความสะดวกสำหรับผู้โดยสารในการเก็บของและง่ายต่อการหยิบใช้ ยิ่งไปกว่านั้น เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับเบาะแยกได้แบบ 60:40 ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระด้านหลังได้


 แผงควบคุมที่คอนโซลกลาง พร้อมฟังก์ชันควบคุมการขับขี่ ช่วยให้การปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ทั้ง 6 โหมดเป็นไปอย่างง่ายดาย ได้แก่โหมดประหยัด โหมด WELL BEING โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดสปอร์ตพลัสและโหมดส่วนบุคคล
 เกียร์แบบ Electronic Shifter ชุดเกียร์ไฟฟ้าด้านหลังพวงมาลัย
 ระบบ Intelligent Quick Start System เพิ่มความสะดวกสบายให้พร้อมออกเดินทางทันทีเมื่อขึ้นมานั่งที่เบาะคนขับและเหยียบเบรก
 ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อม PM2.5 filter
 ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ช่วยให้การชาร์จสมาร์ตโฟนสะดวกและรวดเร็ว

 ฟังก์ชันอัจฉริยะ (Intelligent Functions) 
 การอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) ระบบดังกล่าวมาพร้อมกับความสามารถในการอัปเกรดเฟิร์มแวร์สำหรับการควบคุมระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่าง ๆ รวมถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่น ๆ ภายในรถยนต์ได้อย่างง่ายดาย

 การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Command) มีความสามารถในการจดจำเสียงได้เป็นอย่างดี จึงสามารถช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่มเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยผู้ขับขี่สามารถสั่งการและโต้ตอบด้วยเสียงเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆรวมไปถึงการเข้าถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ภายในรถ

 GWM Application ระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมและเชื่อมต่อฟังก์ชันของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อกและปลดล็อกประตู การค้นหารถยนต์ การปิดหน้าต่าง การปิดซันรูฟการควบคุมระบบการระบายความร้อนของเบาะ การแสดงตำแหน่งรถยนต์ และระบบตรวจสอบสถานะอื่น ๆ

 Intelligent One Pedal เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะผู้ขับขี่สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วได้เพียงคันเร่งเดียว

  ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย  
ORA 07 มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้คุณและครอบครัวเดินทางอย่างปลอดภัยไร้กังวล
 ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ(Intelligent ACC) มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้าเมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงานกล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนนและความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้วรถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้

 ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) เป็นระบบควบคุมความเร็วที่ช่วยควบคุมรถให้ติดตามรถด้านหน้าหรือขับต่อไปด้วยความเร็วคงที่เพื่อลดภาระของผู้ขับขี่

 ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IIP)ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเส้นบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ และช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตรงแนวจอดเทียบข้าง และแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้วรถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง

 ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ในขณะที่ขับรถต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะบันทึกเส้นทางและสามารถถอยหลังกลับได้ในระยะ 50 เมตรโดยอัตโนมัติ ในเส้นทางที่ถูกบันทึกไว้กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ประกอบไปด้วยกล้องที่มองได้รอบ 4 ตัว มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel โดยระบบจะรวมเอามุมมองภาพทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศาเพื่อแสดงให้เห็นมุมมองของรถจากมุมบน

 ระบบทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่โหมดการถอยหลัง โดยสามารถดูได้เมื่อขับรถที่ความเร็ว 15 หรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและตอนสตาร์ทรถ

 ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ช่วยตรวจจับรถยนต์ทั้งทางตรงและทางแยก เมื่อเสี่ยงต่อการชน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก

 ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA&RCTB) เซนเซอร์ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลัง เมื่อกำลังถอยหลังออกจากช่องจอดเซนเซอร์หลังของรถจะทำการเช็กด้านซ้ายและขวาของช่องจราจรและส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียง หากผู้ขับขี่ยังเพิกเฉย ไม่หยุดรถระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินจะเริ่มทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงการชน

 เซนเซอร์กะระยะ 6 จุดด้านหน้า และ 6 จุดด้านหลัง

 ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาวในระหว่างการแซงระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะและกลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ

 ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบตรวจจับเส้นถนนและช่วยประคองพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน

 ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)

 ระบบตรวจจับเส้นถนนและช่วยแจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน

 ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)

 ระบบตรวจจับเส้นถนนและช่วยประคองรถให้อยู่กึ่งกลางเลน

 ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) โดยหากมีการตรวจสอบพบรถอีกคันกำลังแล่นมา หรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่ง ระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน

 ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการเกิดการชนซ้ำครั้งที่ 2 (SCM) โดยรถจะพยายามรักษาเสถียรภาพเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

 ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA) เมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการถอยหลัง

 ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW) หลังจากจอดรถยนต์แล้ว ระบบจะแจ้งเตือนหากระบบตรวจพบเป้าหมายที่เสี่ยง

  ต่อการชนหากเปิดประตูรถยนต์ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) โดยรถจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง

 

 การเปรียบเทียบข้อมูลจำเพาะระหว่างรุ่น LONG RANGE และรุ่น PERFORMANCE 



 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้