เทคโนโลยีในรถแข่ง Porsche 919 Hybrid แชมป์เลอมังค์ 24 ชั่วโมง ปี 2015 และ 2016

          Porsche 919 Hybrid รุ่นปี 2016 โครงสร้างพื้นฐานของตัวถังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เมื่อเทียบกับตัวแข่งปี 2015 วัสดุหลักเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ กับอะลูมิเนียม Honeycomb และยังคงไว้ซึ่งระบบขับเคลื่อนไฮบริด ที่ผสานการทำงานร่วมกับระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน-เทอร์โบ และระบบ ‘ชาร์จพลังงานกลับ’ แบบ 2 ช่องทาง (two different energy recovery systems) ผ่านระบบขับเคลื่อนในล้อคู่หน้า และระบบระบายไอเสีย

          919 Hybrid สเป็คปี 2016 แรงม้ารวมของระบบอยู่ที่ 662 kW (900 PS) ขุมพลังหลักใช้เครื่องยนต์บล็อกเล็ก V4 สูบ ปริมาตรกระบอกสูบเพียง 2.0 ลิตร พร้อมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection แต่ผลิตแรงม้าส่งไปขับเคลื่อนล้อหลังแบบจัดเต็มได้ถึง 368 kW (500 PS) โดยตัว ‘เทอร์โบชาร์จเจอร์’ ถูกออกแบบให้มีกังหันเทอร์ไบน์ 2 ชุด
          >> กังหันเทอร์ไบน์#1 เมื่อรับแรงดันจากไอเสีย จะไปขับเคลื่อนให้ใบพัดอีกฝั่ง อัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ไม่แตกต่างจากเครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไป (+อินเตอร์คูลเลอร์)
          >> กังหันเทอร์ไบน์#2 ถูกออกแบบให้ใช้แรงดันไอเสีย เพื่อขับ ‘เจเนอเรเตอร์’ สำหรับภารกิจ ‘ปั่นไฟ’ ป้อนให้กับระบบไฮบริดโดยตรง

          ขณะที่ระบบ KERS [Kinetic Energy Recovery System] จะใช้ชุด ‘มอเตอร์/เจเนอเรเตอร์’ หรือที่ Porsche เรียกว่า ‘e-motor’ ซึ่งต่อโดยตรงอยู่กับล้อหน้า มอเตอร์ตัวนี้มีกำลัง 294 kW (400 PS) หน้าที่การทำงานเช่นเดียวกับรถไฮบริดทั่วไป คือ ช่วยขับเคลื่อนสร้างอัตราเร่งขณะรถออกจากโค้ง รวมทั้งการทำความเร็วฉีกคู่แข่งในทางตรง ทำงานเมื่อนักแข่งกดปุ่ม ‘Boost’ บนพวงมาลัย ดังนั้น 919 Hybrid จะใช้ระบบขับเคลื่อน 4WD แบบ on-demand หรือตามความต้องการของนักแข่งนั่นเอง

          โดย ‘e-motor’ จะ ‘รับหรือส่ง’ พลังงานไฟฟ้ากับแบตเตอรี่ ที่ถูกวางไว้ในตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างเพลาหน้ากับเพลาหลัง (กระจายน้ำหนัก) หลังค็อกพิตจะเป็นเครื่องยนต์ และเกียร์ไฮดรอลิค 7 สปีด เป็นการจัดวางเพื่อการสมดุลน้ำหนัก แรงม้าทั้ง 500 ตัว ที่ถูกขับเคลื่อนผ่านล้อคู่หลัง จะมาพร้อมระบบ Traction Control อีกด้วย


 
ภาพ และ ภาพยนตร์ : PORSCHE AG
เรื่อง : Pitak Boon

Powered by MakeWebEasy.com