HONDA Civic Type R ปี 2017 รถขับเคลื่อนล้อหน้าที่เร็วสุด...ใน Nürburgring Nordschleife


          Civic Type R โมเดลล่าสุด เป็นอีกหนึ่งผลผลิตจากสนามแข่ง Nürburgring ในประเทศเยอรมนี โดยช่วง North Loop ของสนามนี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Nürburgring Nordschleife” เป็นสนามแข่งที่มีระยะทางต่อรอบ ที่รถต้องวิ่งผ่านหุบเขายาวไกลถึง 12.9 ไมล์ (20.64 กิโลเมตร) ส่งผลให้นักแข่งและรถแข่งอาจต้องเจอทุกสภาพอากาศ จึงขึ้นชื่อเรื่องขับยาก ท้าทาย และอันตรายที่สุดในโลก กระทั่งสนามแห่งนี้ ได้รับสมญานามว่า "Green Hell" หรือ "นรกสีเขียว" ไปในที่สุด

          หลังสนามผ่านการปรับปรุง ปัจจุบัน “Nürburgring Nordschleife” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามแข่งรถอีกต่อไป แต่เป็นบ้านหลังที่ 2 ของทีม R&D จากผู้ผลิตรถสมรรถนะสูงชั้นนำทั่วโลก ที่จะนำรถโมเดลใหม่มาวิ่งทดสอบเก็บข้อมูล เพื่อเค้นสมรรถนะของตัวรถ พร้อมๆไปกับหาจุดอ่อนของทุกองค์ประกอบ เพื่อให้รถสมบูรณ์แบบก่อนถึงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

          วันที่ 3 เมษายน ปี 2017 รถยนต์จากดินแดนอาทิตย์อุทัยนาม Civic Type R ได้มาฝากสถิติใหม่ไว้ใน Nürburgring Nordschleife ด้วยเวลาต่อรอบ 7.43.80 นาที เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่เร็วที่สุด โดยความสำเร็จดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มาจากความทุ่มเทของวิศวกร HONDA ในการทำรถ Civic Type R โมเดลล่าสุดของพวกเขา ให้สมบูรณ์แบบสูงสุด ก่อนถึงวันลงสนามจริง



          Civic Type R โมเดลปี 2017 ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Civic Hatchback (FK) ซึ่งเป็นเจเนแรชั่นที่ 10 ของตระกูล Civic นับเป็น Civic Type R เจเนอเรชั่นที 2 ที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ ตัวเครื่องยนต์โมต่อจากเครื่อง 2.0 ลิตร บล็อกใหม่ใน Civic ‘FC’ และ ‘FK’ (US Spec) เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาดความจุ 1,996 ซีซี ใช้อัตราส่วนกำลังอัด 9.8:1

          ระบบฉีดน้ำมันยกระดับมาใช้ Direct Injection (เดิมเป็นแบบ Port Injection) ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง PGM-FI (Programmed Fuel Injection) เครื่องยนต์ 2.0L Turbo ผลิตจากอะลูมีนัมอัลลอยทั้งเสื้อสูบ และฝาสูบ มาพร้อมเทคโนโลยีพื้นฐาน ได้แก่ ระบบ i-VTEC ที่เป็นการผนวกรวมระบบ VTEC (Variable Valve Timing and Lift Electronic Control) ที่สาวก HONDA คุ้นเคย กับระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย หรือ Dual VTC (Variable Timing Control) เข้าไว้ด้วยกัน

          เทอร์โบเป็นแบบ Low Inertia Mono Scroll พร้อมเวสเกจแบบไฟฟ้า ส่งแรงดันอากาศเข้าห้องเผาไหม้ได้สูงสุด 22.8 psi โดยอากาศอัดแรงดันสูง จะมาถูกลดอุณหภูมิที่อินเตอร์คูลเลอร์ก่อนถูกลำเรียงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ตามลำดับการจุดระเบิด เครื่องยนต์ 2.0L Turbo ใน Civic Type R ให้กำลัง 306 แรงม้า (SAE net) ที่ 6,500 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุดในรูปแบบ Flat-torque ระดับ 400 Nm ที่ 2,500-4,500 รอบ/นาที ถูกจับคู่กับเกียร์แมนวล 6 จังหวะ ใช้อัตราทดแบบ Close Ratio เน้นความต่อเนื่องในการส่งต่อกำลัง ด้วยอัตราทดเกียร์ 1-6 ที่เซทใหม่ทั้งหมด



          นอกจากเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ระบบกันสะเทือนก็มีส่วนสำคัญ ในการทำให้ Civic Type R เร็วได้สุด ๆ ใน Nürburgring ช่วงล่างด้านหน้า Dual-Axis Strut ออกแบบใหม่เมื่อเทียบกับ Civic โมเดลมาตรฐาน เพื่อปรับลดความสูงของตัวถังลง พร้อมขยายช่วงความกว้างฐานล้อ (Track Front) ออกไปอีก 2 นิ้ว เหล็กกันโคลงถูกลดน้ำหนัก ด้วยการเปลี่ยนมาใช้แบบท่อทรงกระบอกกลวง เพิ่มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมาที่ระดับ 29.0 มม. มีค่าความแข็งเพิ่มขึ้นราว 1.7 เท่า ปีกนกล่างเปลี่ยนมาใช้อะลูมีเนียม เพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง

          ขณะที่ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบ Multi-Link ใช้เหล็กกันโคลงแบบทรงกระบอกขนาด 20.5 มม. ค่าความแข็งเพิ่มขึ้นถึง 2.4 เท่า เพิ่มความนิ่งในการทรงตัวขณะรถเข้าโค้ง สำหรับสปริง เปลี่ยนชุดใหม่ค่าความแข็งสูงขึ้น 1.6 เท่า พร้อมทั้งขยายช่วงความกว้างฐานล้อ (Track Rear) ออกไปอีก 1.2 นิ้ว



          แม้ช่วงล่างของ Civic Type R จะถูกเซทไว้ในแบบรถสปอร์ต แต่ยังคงรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในส่วนของโช้คอัพจึงใช้แบบไฟฟ้า ที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบ ADS (Adaptive Damper System) ปรับเปลี่ยนระดับในการตอบสนองของช่วงล่างได้อัตโนมัติ ตามสภาพการขับขี่ และยังมีโหมดให้ผู้ขับเลือกอีก 3 โหมดคือ Comfort, Sport และ +R ซึ่งโหมดสุดท้าย ระบบจะปรับช่วงล่างให้พร้อมลงแทร็ค โดยระบบจะปิดการช่วยเหลือของระบบช่วยการทรงตัว (VSA-off) และระบบ Traction Control ไปโดยอัตโนมัติ

ภาพ-ภาพยนตร์ : HONDA USA
เรียบเรียง : Pitak Boon


 

 


 

Powered by MakeWebEasy.com