BMW i3 ไมเนอร์เชนจ์ พร้อมเพิ่มเวอร์ชั่นสปอร์ต i3s

 

 

i3 รถไฟฟ้าจาก BMW ได้ฤกษ์ไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการในงาน IAA ปี 2017 นอกจากบอดี้ Facelift ที่ปรับลุคของ i3 ให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น ยังแตกไลน์ออกมาเป็น i3s ที่เซทแรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้าออกมาสูงกว่า พร้อมขยายระยะช่วงความกว้างของล้อหลัง (Rear Track) เพิ่มขึ้น 40 มิลลิเมตร เพื่อให้ผู้ขับสัมผัสฟีลลิ่งในสไตล์สปอร์ตได้มากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก วิศวกร BMW ได้อัพเกรดแบตเตอรี่ของ i3 จาก 60 Ah ไปเป็น 94 Ah เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บพลังงานไฟฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 


ความแตกต่างระหว่าง i3 (60 Ah) ที่ใช้มาตั้งแต่เริ่มต้น กับ i3 (94 Ah) เป็นการขยายความจุของแบตเตอรี่จาก 60 Ah ไปเป็น 94 Ah เพียงเท่านั้น (Ah ย่อมาจาก ‘แอมแปร์-ชั่วโมง’ เป็นหน่วยทางไฟฟ้า [Battery Capacity] ใช้วัดปริมาณกระแสไฟที่จ่ายได้ใน 1 ชั่วโมง) แต่นั่นส่งผลกับความสะดวกในการใช้งาน i3 ในอีกหลายเรื่อง สำคัญที่สุดเป็นการเพิ่มระยะในการใช้งาน ในสภาพแบตเตอรี่เต็ม i3 (60 Ah) มีระยะการใช้งาน 190 กิโลเมตร ขณะที่ i3 (94 Ah) ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน วิ่งได้ไกลระหว่าง 290-300 กิโลเมตร ตามพฤติกรรมการขับขี่ ซึ่งระยะนี้ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว



แบตเตอรี่ลิเทียม- อิออน high-voltage 94 Ah ของทั้ง i3 และ i3s จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 33 kWh แต่ช่วงที่จ่ายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ที่ 29 kWh หากชาร์จจากสถานีจ่ายไฟสาธารณะ จะได้ความจุ 80 เปอร์เซ็นต์ เร็วกว่า 40 นาที หรือเทียบได้กับการใช้เวลาในการชาร์จ 24 นาที ต่อการวิ่งใช้งาน 100 กิโลเมตร สำหรับการชาร์จจากไฟบ้านปกติ (10 A/240 V) จะได้ความจุ 80 เปอร์เซ็นต์ ราว 11 ชั่วโมง ซึ่งก็คือการชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน แต่ BMW ทำให้มันเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการชาร์จไฟผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า BMW i Wallbox (3.7 kW/16 A) สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มได้ ด้วยเวลา 7 ชั่วโมง 30 นาที  และเร็วเพียง 2 ชั่วโมง 45 นาที จาก BMW i Wallbox (11 kW/16 A)

 

นอกจากเรื่องความจุแบตเตอรี่ และการปรับลุคใหม่แล้ว อุปกรณ์พื้นฐานของ i3 และ i3s ยังคงเหมือนเดิม ทั้งในส่วนโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ และสถาปัตยกรรม หรือรูปแบบการจัดวางระบบไฟฟ้า ที่วางมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ด้านหลัง เพื่อขับเคลื่อนล้อหลัง i3 ตัวมาตรฐานใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 125 kW/170 hp พร้อมแรงบิด 250 Nm แรงบิดสูงสุดจะมาให้ใช้งานเต็มที่ตั้งแต่มอเตอร์เริ่มหมุน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกล็อคไว้ที่ 150 กม./ชม. อัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยวัดตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) อยู่ที่ 13.6 -13.1 kWh/100 km

 

ขณะที่ i3s แรงกว่า 10 kW จากมอเตอร์ไฟฟ้า 135 kW/184 hp แรงบิดสูงสุด 270 Nm ที่ 0 รอบ/นาที หรือ ตั้งแต่มอเตอร์เริ่มต้นหมุน เมื่อมอเตอร์แรงขึ้น จึงใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ระยะในการใช้งานขยับลงมาที่ 280 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เหลือ 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. อัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย อยู่ที่ 14.3 kWh/100 km

 

BMW เพิ่มทางเลือกเพิ่มเติม ด้วย i3 และ i3s เวอร์ชั่น Range Extender เป็นการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็กเข้าไป วัตถุประสงค์เพื่อการปั่นไฟเพียงอย่างเดียว รองรับการเดินทางไกล ใช้เครื่องยนต์เบนซินบล็อกเล็กกะทัดรัด แบบแถวเรียง 2 สูบ ขนาด 647 ซีซี ผลิตแรงม้าได้ 28 kW/38 hp พร้อมแรงบิด 56 Nm ที่ 4,500 รอบ/นาที นั่นทำให้เวอร์ชั่น Range Extender จัดอยู่ในกลุ่ม BMW eDrive Hybrid วิ่งใช้งานได้ไกลขึ้นอีก โดยไม่ต้องมากังวลกับการชาร์จไฟระหว่างการเดินทางอีกต่อไป


 


ภาพและภาพยนตร์ : BMW Group

เรียบเรียง : Pitak Boon

Powered by MakeWebEasy.com