BMW 7 Series โมเดลปี 2020

ภาพและภาพยนตร์ : BMW Group

เรียบเรียง : Pitak Boon


ในปี 2015 เรือธงประจำค่าย BMW อย่าง 7 Series ได้ก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 6 เปิดตัวมาพร้อมกันทั้งในรุ่นมาตรฐาน รหัสตัวถัง ‘G11’ และรุ่น LWB (Long Wheel Base) ซึ่งใช้รหัสตัวถัง ‘G12’ ช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมา BMW เปิดตัว 7 Series โมเดลปี 2020 ซึ่งเป็นบอดี้ไมเนอร์เชนจ์ของ ‘G11’ และ ‘G12’ ที่ยกระดับความไฮคลาสขึ้นในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะการขยายขนาดกระจังหน้า Kidney Grille ให้ได้ลุคเดียวกับ BMW X7 (G07) ซึ่งเป็น flagship ในสาย SAV (Sports Activity Vehicle)

ในส่วนของกระจังหน้าซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ประจำค่าย BMW ทีมออกแบบระบุว่าเป็นดีไซน์ใหม่ ใช้ Kidney Grille แบบชิ้นเดียว มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 40% กินพื้นที่ไปถึงท่อนบนของกันชนหน้า รวมทั้งส่วนฝากระโปรงหน้า ส่งผลให้ฝากระโปรงหน้าต้องปรับดีไซน์ตาม ขยับความสูงขึ้นอีก 50 มม. โลโก้ BMW กึ่งกลางฝากระโปรงจึงถูกขยายขนาดตามกันไป ขณะที่ช่องลมใต้กันชนใช้ดีไซน์ใหม่ เน้นแอร์โร่ไดนามิคมากยิ่งขึ้น

โคมไฟหน้าดีไซน์เรียวยาว จัดอยู่ในประเภท Full-LED ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น Adaptive LED และก็ยังมี BMW Laserlight with BMW Selective Beam มาให้ลูกค้าเลือกจ่ายเพิ่ม ระบบนี้อยู่ในส่วนของไฟสูง Laserlight จะเพิ่มระยะทางในการส่องสว่างจาก 300 เมตร ไปที่ 600 เมตร ขณะที่ Selective Beam จะเปลี่ยนจากการใช้ไฟสูง มาเป็นไฟต่ำอัตโนมัติ ขณะที่โคมไฟท้าย LED 3 มิติ ทรง L-shaped ถูกปรับขนาดให้บางลง 35 มม. พร้อมเส้นไฟ LED วางยาวเต็มความกว้างในส่วนท้ายรถ ภาพรวมคือลุคใหม่ ที่ดูปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น

บอดี้ ‘G12’ ซึ่งเป็นตัวถัง LWB จะมีความยาวเพิ่มขึ้นอีก 140 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับตัวถังมาตรฐาน ‘G11’ เป็นความยาวที่เกิดขึ้นจากการขยายฐานล้อ เพิ่มพื้นที่ในการวางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง อีกทั้งยังจัดเต็มกับอุปกรณ์สร้างความผ่อนคลายในการเดินทาง ตามมาตรฐานรถระดับเรือธงประจำค่าย อาทิ เบาะปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศบริเวณแผ่นหลัง แถมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายระดับเดียวกับ การเดินทางด้วยเครื่องบินชั้นธุรกิจ เบาะตอนหลังปรับ เพิ่ม-ลด ระยะการวางขาได้ถึง 90 มิลลิเมตร ขณะที่ส่วนพนักพิงจะขยับตาม ปรับเอนได้อีก 42.5 องศา

ภาพรวมของงานออกแบบห้องโดยสาร เน้นความไฮคลาสในทุกตารางนิ้ว จอแสดงผลภายในชุดมาตรวัดใช้ขนาด 8.8 นิ้ว ขณะที่จอแสดงผลของระบบ iDrive เวอร์ชั่น 7 เป็นแบบ wide-screen ขนาด 12.3 นิ้ว โดย 7 Series โมเดลปี 2020 เพิ่มความหนาของกระจกหน้าต่างแบบ Laminated Glass ขึ้นอีก 5.1 มม. เพื่อตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ช่วยให้ห้องโดยสารเงียบยิ่งขึ้น

โครงสร้างของ 7 Series เจเนอเรชั่นที่ 6 มาพร้อมเทคโนโลยีระดับปฏิวัติวงการรถยนต์ ที่ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘Carbon Core’ เป็นการนำวัสดุน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งเทียบเท่าเหล็ก อย่าง ‘CFRP’ (carbon-fibre-reinforced-plastic) หรือที่รู้จักในชื่อของ ‘คาร์บอนไฟเบอร์’ สอดแทรกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรอบห้องโดยสาร นอกเหนือจากเหล็กกล้า และอะลูมีเนียม โดย BMW เรียกเทคโนโลยีทั้งหมดในขั้นตอนการลดน้ำหนักว่า BMW EfficientLightweight หากเปรียบเทียบกับ 7 Series โมเดลก่อนหน้านี้ (F01/F02) โมเดลใหม่ (G11/G12) จะเบากว่าถึง 130 กิโลกรัม

เครื่องยนต์ มีให้เลือกตั้งแต่ 6 สูบ, 8 สูบ และ 12 สูบ ทุกรุ่นเครื่องยนต์มาพร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo, High Precision Injection, Double-VANOS และ VALVETRONIC นอกจากนี้ยังมีโมเดล PHEV หรือ 7 Series ปลั๊กอินไฮบริด มาเป็นทางเลือกเหมือนเดิม ในยุโรป 7 Series โมเดลปี 2020 พร้อมทำตลาดอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ปี 2019 นี้

Powered by MakeWebEasy.com