AUDI TTS MY 2019 พร้อมแล้วทั้ง Coupe และ Roadster

ภาพและภาพยนตร์ : AUDI AG

เรียบเรียง : Pitak Boon


Audi จัดให้ TT อยู่ในกลุ่ม Compact Premium Sport Car เป็นรถสปอร์ตขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัว จวบจนถึงปัจจุบันก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 เอกลักษณ์ที่กลายเป็นดีไซน์เฉพาะตัว ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าความชัดเจนที่ปรากฏขึ้นใน TT บอดี้ล่าสุด หนีไม่พ้นเรื่องเทคโนโลยี นับตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง, เครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อน เพื่อให้ได้รถสปอร์ตขนาดเล็กที่อัดแน่นไปด้วยสมรรถนะ และยังสามารถรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

สำหรับ Audi TTS โมเดลปี 2019 ตัวถังได้รับการปรับปรุงแอร์โร่ไดนามิคเพิ่มเติม ให้ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นทั้งรูปแบบ Coupe และ Roadster โดย ‘TT Mk. III’ ใช้ชื่อตัวถัง ‘8S’ การออกแบบโดยรวม เป็นการต่อยอดมาจากบอดี้ ‘8J’ (TT Mk. II) ด้วยดีไซน์สไตล์ Contemporary มาพร้อมเส้นสายที่คมกริบ บาดตาบาดใจตั้งแต่แรกเห็น ‘8S’ พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ MQB ร่วมกับ VW Golf Mk. VII ใช้ระยะฐานล้อ 2,510 มิลลิเมตร มาพร้อมความยาวตัวถัง 4,190 มิลลิเมตร จุดเน้นในการออกแบบ อยู่ที่เรื่องของ Short Overhangs ใช้ระยะโอเวอร์แฮงค์ หน้า-หลัง ที่สั้น ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบพื้นฐานของตระกูล TT นับตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก

จากประสบการณ์กว่า 20 ปีกับโครงสร้าง ASF (Audi Space Frame) ช่วยให้วิศวกร Audi สามารถออกแบบอะลูมีนัมอัลลอย และเหล็ก ซึ่งให้คุณสมบัติเรื่องการรับแรงที่แตกต่างกัน มารวมเข้าไว้ภายในโครงสร้างเดียวกันได้อย่างลงตัว ซึ่งนั่นช่วยลดความหนาของโครงสร้างแต่ละส่วนลงได้อีก 20% และช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการรับความเค้นจากการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง หรือในขณะรถเข้าโค้งด้วย

TT Mk. III ใช้โครงสร้าง ASF ทั้งชุดลดน้ำหนักลงได้ถึง 40% เมื่อเปรียบเทียบกับโครงสร้างเหล็กล้วน ส่งผลให้เฉพาะตัวโครงสร้างของ TT มีน้ำหนักเพียง 276 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับ Golf Mk. VII ที่ใช้แพลทฟอร์ม MQB ร่วมกัน TT ก็ยังเบากว่า เพราะ Golf ยังคงใช้โครงสร้างเหล็ก เพื่อลดต้นทุนในการผลิต และหากเปรียบเทียบกันระหว่าง TT ‘8J’ โฉมที่แล้ว กับ TT ‘8S’ โฉมล่าสุด ในรุ่นเริ่มต้นด้วยกัน ใช้เครื่องยนต์ 2.0 TFSI เกียร์แมนวล 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเหมือนกัน ‘8S’ จะเบากว่า ‘8J’ อยู่กว่า 90 กิโลกรัม

ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร สำรวจพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบปาดขอบล่าง สไตล์ตัวแข่ง DTM ดีไซน์ที่ Audi เริ่มต้นมาก่อนใคร ใน TT ใช้ดีไซน์ใหม่ดูย้อนยุค รับกับคอนโซลหน้าที่ดูเรียบง่าย แต่ซ่อนความไฮเทคเอาไว้หลายรายการ ช่องลมใช้ดีไซน์จากใบพัดเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบิน 3 ช่องตรงส่วนกลาง มาพร้อมสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิ, ความแรงของพัดลมในตัว และระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร

เบาะบั๊กเก็ตซีททรงสวยปรับไฟฟ้า ใช้ดีไซน์ใหม่ที่บางและเบา มุ่งเน้นการลดน้ำหนัก แต่ไม่ละเลยคุณสมบัติในการซัพพอร์ทแผ่นหลัง และต้นขาของผู้โดยสาร ลดน้ำหนักลงไปได้ 5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเบาะนั่งของ TT เจเนอเรชั่นที่ผ่านมา วัสดุตกแต่งภายในประกอบด้วยอะลูมีเนียม และหนังแท้เกรดตามรุ่นรถ หรือ เลือกได้ตามความต้องการของลูกค้า

ในส่วนของอุปกรณ์ไฮเทค ยังคงอัดแน่นตามมาตรฐาน Audi แผงมาตรวัดอัพเกรดจากเข็มแบบอนาล็อก มาใช้มาตรวัดดิจิตอลเต็มรูปแบบ แดชบอร์ดจึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ความละเอียด 1,440 x 540 พิกเซล รองรับการแสดงภาพกราฟฟิค 3D ด้วยชิพแบบ Quad-core ระดับ 1 GHz ที่ Audi ลงทุนพัฒนาร่วมกับ เจ้าพ่อวงการชิพกราฟฟิคอย่าง Nvidia แสดงข้อมูลได้ทั้งมาตรวัดส่วนต่างๆ หลากหลายรูปแบบตามความต้องการของผู้ขับ รวมทั้งในส่วนของแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า Audi Virtual Cockpit

TTS เป็นตัวแรงสุดในเวอร์ชั่นมาตรฐาน (ไม่นับรวม TT RS) ทั้งตัวถัง Coupe และ Roadster ใช้เครื่องยนต์ 2.0 TFSI บล็อกแถวเรียง 4 สูบ ขนาดความจุ 1,984 ซีซี แรงม้าถูกเซทไว้ 306 hp ที่ 5,400-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 Nm ที่ 2,000-5,300 รอบ/นาที เมื่อจับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ S tronic 7 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน Quattro ทั้ง TTS รูปแบบ Coupe และ Roadster จะมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 4.5 และ 4.8 วินาที ตามลำดับ ความเร็วสูงสุดทั้งคู่ถูกล็อคไว้ที่ 250 กม./ชม. และค่า CO2 ระดับต่ำเพียง 161-166 กรัม/กิโลเมตร เท่านั้น

Powered by MakeWebEasy.com