BMW 545e xDrive || สะอาดด้วยค่า CO2 ต่ำเพียง 46 กรัม/กิโลเมตร!!!

ภาพ : BMW Group
เรียบเรียง : Pitak Boon


BMW เปิดตัว 5 Series รหัส ‘G30’ มาพร้อมกันทั้งรุ่นเครื่องยนต์ปกติ และรุ่นปลั๊กอินไฮบริด ที่ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘530e iPerformance’ ซึ่งก่อนหน้านี้สายพันธุ์ iPerformance ได้เริ่มเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากแฟน BMW สายรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลก ปลายปี 2019 สะสมยอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 500,000 คัน และคาดว่าจะผ่านหลัก 1,000,000 คันได้ภายในปี 2021 ไฮไลท์รถกลุ่มนี้อยู่ที่ค่ามลพิษจากไอเสียในระดับต่ำสุดๆ พร้อมประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างน่าทึ่ง ขณะที่สมรรถนะไม่ได้ด้อยไปว่ารถรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ปกติ สำหรับ 545e xDrive มากับตัวถัง ‘G30 LCI’ หรือโฉมไมเนอร์เชนจ์ นอกจากเรื่อง Facelift แล้วยังยกระดับเพิ่มเติมในเรื่องสมรรถนะ ด้วยรูปแบบรถ PHEV ไม่เปลี่ยนแปลง



แม้ EV จะเป็นพาหนะในอนาคตอันใกล้ที่ไม่อาจหลีกหนีได้ จากประเด็นหลัก ใช้พลังงานสะอาดที่ปราศจากมลพิษ แต่ความไม่พร้อม กลับเป็นส่วนของ Infrastructures หรือ โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องสร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับรถกลุ่มนี้โดยเฉพาะ อาทิ ในปั๊มน้ำมันจำเป็นต้องมีช่องสำหรับจอดชาร์จไฟรถ EV นอกเหนือจากการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแบบที่เราคุ้นเคย, ลานจอดรถตามห้างสรรพสินค้า หรือจุดพักรถระหว่างเมือง ต้องติดตั้งจุดชาร์จไฟเพิ่มเติม เมื่ออุปสรรคทางเทคโนโลยีในส่วนของรถไฟฟ้า ได้ถูกแก้ไขลุล่วงเป็นลำดับ จะเหลือก็เพียงอุปสรรคทางพฤติกรรมของผู้ใช้รถ ที่นำเอาความง่ายในการชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือมาใช้กับรถ นั่นคือ การชาร์จแบตรถไฟฟ้าทิ้งไว้ในจุดชาร์จสาธารณะ จากนั้นเจ้าของรถก็ไปช็อปปิ้ง หรือไปดูหนังกันแบบยาวๆ แม้แบตจะเต็มเรียบร้อยแล้ว รถก็ยังจอดใช้พื้นที่ชาร์จไฟ นั่นสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการชาร์จไฟต่อ ปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกา และผู้ที่ชาร์จแบตจนเต็ม แล้วไม่ยอมขยับรถออก กำลังจะถูกเก็บค่าบริการเพิ่ม ในมูลค่าที่สูงกว่า ราคาค่าไฟที่เข้ามาชาร์จเสียอีก



ระหว่างรอการปรับตัวของทุกปัญหา ที่ผู้ใช้ EV ได้ประสบจากการใช้งานจริง รถไฮบริดจึงยังคงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด โดยเฉพาะกับสภาพการใช้รถในปัจจุบัน แม้ผู้ผลิตจะสร้างความสะดวกมาเพิ่ม ด้วยเทคโนโลยี Plug-in รถสามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟในแบบเดียวกับรถไฟฟ้าแท้ๆ แต่หากไม่สะดวก จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น การจะชาร์จหรือไม่ชาร์จก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเครื่องยนต์สามารถขับ  Motor/Generator ปั่นไฟป้อนกลับเข้าสู่แบตได้ตลอดเวลาอยู่แล้วนั่นเอง



530e เป็นรถปลั๊กอินไฮบริดที่ไม่ต้องง้อสถานีชาร์จไฟ เพราะใช้ต้นกำลังหลักเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขณะที่ 545e ขยับมาเล่นกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาดความจุ 2,998 ซีซี อัพพลังต่อด้วยเทอร์โบ 2 ตัว ซึ่งจัดวางในรูปแบบ bi-turbo เป็นเทอร์โบแบบ TwinScroll เฉพาะตัวเครื่องยนต์ให้แรงม้าสูงถึง 286 hp ที่ 5,000-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 Nm ที่ 1,500-3,500 รอบ/นาที โดยแรงม้าและแรงบิดทั้งหมด จะถูกส่งผ่านเกียร์ Steptronic 8 สปีด เพื่อส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อทั้งสี่ ผ่านระบบขับเคลื่อน xDrive


ความน่าสนใจของรถ Plug-in Hybrid รุ่นท็อปของ ‘G30 LCI’ อยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งวางขั้นกลางระหว่างตัวเครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์ มอเตอร์ไฟฟ้าใน 545e มีแรงม้า 80 kW/109 hp พร้อมแรงบิด 265 Nm ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่ถูกส่งมาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ High-voltage ขนาด 12 kWh ที่ถูกซ่อนไว้ใต้เบาะนั่งด้านหลัง เมื่อแบตเต็ม การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ จะไปได้ไกล 57 กิโลเมตร (WLTP) และเฉพาะตัวมอเตอร์ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. (ELECTRONIC Mode)



กำลังรวมของ 545e xDrive (เครื่องยนต์+มอเตอร์ไฟฟ้า) อยู่ที่ 290kW/394 hp พร้อมแรงบิดสูงสุด 600 Nm โดย BMW เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่รถจะเริ่มออกตัวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และถูกเสริมแรงต่อด้วยเครื่องยนต์ ด้วยเวลาเพียง 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 41.66-47.61 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อย CO2 ในระดับต่ำสุดๆ ที่ 54-49 กรัม/กิโลเมตร (WLTP) เท่านั้น

Powered by MakeWebEasy.com