Hyundai Creta ขอร่วมวงสู้ศึก B-Suv สักหน่อย

820 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ค่าย ฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ๆ เพราะไม่มีรถรุ่นใหม่ๆ เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย เพราะยอดขายของรถ Full Size MPV อย่าง H1 ยังขายได้เรื่อยๆ มาเรียงๆ จนเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา กับการเรียกเสียงฮือฮากับรถเจนเนอเรชั่นใหม่ของ Full Size MPV กับชื่อรุ่น Staria โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์หน้าตาที่แหวกแนวมาเลย แต่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย และเทคโนโลยีของเครื่องยนต์บล็อกใหม่ จนสร้างยอดขายได้มากพอสมควร และในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ทางค่าย ฮุนได ของลงมาลุยกับตลาดรถในกลุ่ม B-Suv ที่กำลังเป็นที่สนใจของผู้ใช้รถในบ้านเรา เพราะด้วยความอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย และนี่คือที่มาของ Creta

 
เส้นสายทรงกล่อง หน้าตาแหวกแนว
Creta เป็นรถที่ถูกวางตัวอยู่ในกลุ่ม B-Suv ซึ่งมีการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ในเจนเนอเรชั่นแรก และปี 2021 ในเจนเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับ Creta ที่จำหน่ายในเมืองไทยถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งมาในรูปลักษณ์ “ไมเนอร์เชนจ์ เฉพาะทวีปโซนอาเซียน และเกาหลี” มีการปรับเส้นสายทางด้านหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น กับดีไซน์ Futuristic ลงตัวไปกับ Dynamic Muscular ไฟ Daytime Running Light ในรูปแบบของ Hidden-type LED สอดผสานรับกับกระจังหน้าแบบ Parametric Jewel Radiator Grille พร้อมกับไฟหน้าเปิด-ปิด Auto และไฟสูง Auto High Beam(ในรุ่น SEL) ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณมุมของกันชนหน้าทั้ง 2 ฝั่ง

เส้นสายตัวรถด้านข้างมีความเป็นเหลี่ยมสัน รวมไปถึงการเล่นเส้นสายพร้อมกับดึงโป่งของซุ้มล้อทำให้ตัวรถดูบึกบึนขึ้นอีกเล่นน้อย กระจกมองข้างมาพร้อมกับไฟเลี้ยวแบบ LED เพิ่มความหรูหราด้วย ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว Diamond Cut Alloy ต่อกันที่ด้านท้าย ทีมออกแบบพยายามเล่นกับเส้นสายทำให้ดูมีมิติ แต่กับชุดท้าย LED ที่ออกแบบเหมือนขาดๆ เกินๆ อยู่นิดๆ กระจกบังลมหลังติดตั้งชุดปัดน้ำฝนมาให้เสร็จสรรพ และชายล่างของกันชน เลือกใช้สีแบบทูโทน จุดที่โดดเด่นของ Creta และดึงดูดความสนใจให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบรถแนวนี้คือ หลังคา Panoramic Roof (มีเฉพาะรุ่น SEL เท่านั่น) พร้อม Roof Rack ติดตั้งมาให้จากโรงงาน

ทางด้านมิติของตัวรถ ยาว 4,315 มม., กว้าง 1,790 มม., สูง 1,630 มม., ระยะความยาวฐานล้อ 2,610 มม., และระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 200 มม.

 

เรียบง่ายเน้นการใช้งาน..โดดเด่นด้วยชุดเรือนไมล์ LED พื้นที่ห้องโดยสารกว้างไม่แพ้ใคร
การออกแบบภายในห้องโดยสารของ Creta ทางฮุนไดใช้คอนเซ็พท์ Your Next Connection ให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับความกว้างของห้องโดยสาร(ซึ่งกว้างจริง) การออกแบบคอนโทรลหน้าเน้นความเรียบง่ายให้ความเชื่อมต่อกับแผงประตูคู่หน้า โดดเด่นด้วยชุดเรือนไมล์ Full LED Cluster ขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนสี และอารมณ์ตามโหมดการขับขี่ได้ ช่องแอร์ออกแบบสไตล์สี่เหลี่ยมเน้นความคลาสสิคกับกรอบโครเมี่ยม

จอเครื่องเสียงขนาด 8 นิ้ว แบบ Touch Screen สามารถเชื่อมต่อ Smartphone ได้ทั้ง Apple Car Play และ Android Auto รวมถึงเชื่อมต่อแบบ Bluetooth ได้ ลำโพงให้มา 6 ตัว(ตัวท็อปในเกาหลีให้ลำโพง BOSE 8 ตัวนะจ๊ะ) ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ(พร้อมช่องแอร์ทางด้านหลัง) มีแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย(รุ่น SEL) คันเกียร์เป็นรูปทรงตัว T ใกล้ๆ กันจะเป็นปุ่มสำหรับเลือกโหมดการขับขี่ และ Traction กับสวิทช์ของเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold

พวงมาลัยแบบ 4 ทาง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย พร้อมปุ่ม Cruies Control(รุ่น SEL) ตัวพวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งคนขับปรับได้แบบ 6 ทิศทาง(แต่ไม่ได้เป็นไฟฟ้านะ) ตัวเบาะรองนั่งสั้นไปนิด แต่วัสดุที่ใช้ถือว่าดีไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไปทำให้นั่งขับนานๆ ไม่ปวดหลัง และสะโพก ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารตอนหลังสามารถพับแยก 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้(แต่พับไม่เรียบ) พนักพิงเบาะหลังไม่ตั้งชัน ทำให้นั่งได้อย่างสบาย พื้นที่วางขาเหลือค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน เช่นเดียวกับพื้นที่เหนือศีรษะซึ่งตัวผู้เขียนเองสูงระดับ 173 ซม. ยังได้อย่างสบายๆ

 


เครื่อง 1.5 หัวฉีด 8 หัว..เกียร์ IVT ขับสนุกในระดับนึง
ทางด้านเครื่องยนต์ของ Creta เป็นเครื่องยนต์ Smartstream MPI เบ็นซินขนาดความจุ 1.5 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผัน และระบบหัวฉีด 8 หัว ทำงานแบบ Dual-Port Fuel Injection (DPFI)ให้แรงม้าสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิด 144 นิวตัน-ม. ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับระบบส่งกำลัง IVT หรือชื่อเต็มๆ คือ Intelligent Variable Transmission ซึ่งหลักการทำงานจริงๆ ก็คือ CVT ที่มาพร้อมกับ Manual Mode 6 จังหวะ(ไม่ให้ Paddel Shift เหมือนตัวที่เกาหลี) ที่มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ถึง 4 โหมด Eco, Normal, Sport และ Smart รวมไปถึง Traction อีก 3 โหมดประกอบด้วย Snow, Mud และ Sand

สมรรถนะของเครื่องยนต์เท่าที่ได้ลองขับสั้นๆ อัตราเร่งจะจี๊ดจ๊าดเมื่อรอบเครื่องยนต์เกิน 3 พันรอบขึ้นไป การทำงานของเกียร์ถือว่าไหลลื่น ตอบสนองได้ดี แต่เสียงเครื่องเมื่อรอบสูงๆ จะเล็ดลอดเข้าสู่ห้องโดยสารมาไปสักนิด(แต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้) โหมดการขับขี่แต่ล่ะโหมดจะปรับในเรื่องของ การทำงานของคันเร่งไฟฟ้า, เกียร์ รวมไปถึงพวงมาลัยด้วย

 



ทอร์ชั่นบีม..เกาะดีพอตัว..พวงมาลัยยานไปนิด

ทางด้านระบบกันสะเทือนของ Creta ด้านหน้าเลือกใช้ อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนทางด้านหลังเลือกใช้แบบ ทอร์ชั่นบีม ซึ่งฟิลลิ่งของช่วงล่างชุดนี้ไม่ถือว่านิ่มนวลชวนฝัน หรือกระด้างจนนั่งไม่ไหว การยึดเกาะถนนเท่าที่ลองโยกเปลี่ยนเข้าสลาลอมถือว่าทำได้ดี ช่วงล่างไม่ยวบหรือโยนตัวจนเกินไป ท้ายไม่มีการดีดดิ้น ระบบเบรกเป็นดิสค์เบรกทั้ง 4 ล้อ น้ำหนักของแป้นเบรกไม่หยุ่น หรือทำงานเร็วจนเกินไป การทำงานของเบรคถือว่าดีพอตัว

ส่วนระบบบังคับเลี้ยวเลือกใช้แบบ แร็คแอนด์พิเนี่ยนพร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า(EPS) น้ำหนักของพวงมาลัยในโหมด Eco, Normal และ Smart ถือว่าเบากำลังดี ไม่เบาจนมีความรู้สึกว่าหวิวๆ ในการใช้งาน แต่พอปรับโหมดเป็น Sport น้ำหนักของพวงมาลัยดูมีน้ำมีนวลมากกว่าทำให้ขับเร็วๆ แล้วมั่นใจดีทีเดียว แต่กลับกันอัตราทดพวงมาลัยความเฉียบคมยังถือว่าออกยานๆ ไปนิด เวลาเลี้ยวเข้าสลาลอมต้องหมุนพวงมาลัยเยอะกว่าปกติรถถึงจะยอมเลี้ยวไปตามที่ใจเราต้องการ แต่ถ้ารู้จังหวะแล้วก็สามารถเล่นสนุกได้พอหอมปากหอมคอ


 



ระบบความปลอดภัยเพียบ..ค่าคัวแต่ 9 แสนกว่าๆ!!
ระบบความปลอดภัยที่ใส่มาใน Creta ถือว่าจัดเต็มไม่น้อยหน้าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน อาทิเช่นระบบควบคุมการทรงตัว VSM, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Assist, ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง, ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision-avoidance Assist, ระบบรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping Assist, ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS, กล้องมองภาพขณะถอยจอด, ถุงลมนิรภัย 6 ใบรอบคัน และสามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์จากกุญแจรีโมทได้อีกด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด Creta เป็นรถที่ประกอบจากประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ทางฮุนได มอเตอร์ ประเทศไทย สามารถทำราคาให้ต่ำกว่าล้าน เพื่อสู้กับคู่แข่งในคลาสเดียวกันได้ เพราะโครงสร้างภาษี AFTA:Asean Free Trade Area 0% ส่งผลให้ Creta รุ่น SE ราคา 9.49 แสนบาท และรุ่นท็อป SEL หลังคา panoramic Roof ราคา 9.99 แสนบาท    

จุดเด่นของ Creta อยู่ที่พื้นที่ห้องโดยสาร และอุปกรณ์ความปลอดภัย และราคาที่ต่ำกว่าล้าน ทำให้รถรุ่นนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย หากท่านใดสนใจลองไปเมียงมอง และขอทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม ฮุนได ทั่วประเทศ 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้