สัมผัสยานยนต์พลังไฟฟ้า Nissan Kicks ใหม่

335 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โดย กันตธรรม ราชวัลลภานุสิษฐ์

Nissan เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบรับกับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในด้านพลังงาน ที่ปัจจุบันนี้กระแสของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV กำลังจะเข้ามาแทนที่รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่ง Nissan เองนั้นเป็นผู้ผลิตรายแรก ๆ ที่นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกแนะนำสู่ตลาดโลกอย่างจริงจังในโมเดล Leaf จนเป็นที่รู้จักและยอมรับในประสิทธิภาพอย่างกว้างขวาง


สำหรับในประเทศไทยเรานั้น ทาง Nissan ก็ได้มีการนำเอา Leaf เข้ามาทำตลาดเช่นกัน พร้อมกันนั้นก็ได้มีแนะนำโมเดล Kicks ออกมาควบคู่ไปด้วย หลายคนอาจจะยังมีความสับสนอยู่พอสมควรเกี่ยวกับ Kicks ว่ามันเป็นรถประเภทไหนกันแน่ ผู้ผลิตบอกเป็นรถไฟฟ้า แต่ทำไมมีเครื่องยนต์ติดมาด้วย หรือจะเป็นรถ Hybrid ซึ่งเราขอตอบข้อสงสัยนี้ว่า Kicks คือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% เพียงแต่มันมีเครื่องปั่นไฟติดมาด้วยเท่านั้นเอง ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าในปัจจุบันสถานีชาร์จไฟฟ้าในบ้านเรายังไม่แพร่หลาย ทำให้คนใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องวางแผนในการเดินทางและใช้รถกันวุ่นวายพอสมควร โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียมนั้นยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพราะบางอาคารไม่มีที่สำหรับให้ชาร์จรถไฟฟ้านั่นเอง ด้วยเหตุนี้ Nissan จึงได้นำเอา Kicks มาตอบโจทย์ให้กับผู้ที่อยากใช้รถไฟฟ้า แต่ต้องการความสะดวกสบายไม่ต้องไปจองไปแย่งกันชาร์จไฟ นึกอยากจะใช้รถเดินทางตอนไหนก็ไปได้เลย แค่เติมน้ำมันเอาไว้ให้เครื่องยนต์ปั่นไฟเท่านั้นเอง


Kicks ทำตลาดในบ้านเรามาได้ระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยนำเอาความคิดเห็นของผู้บริโภคเป็นฐานข้อมูล แล้วนำมาประมวลปรับปรุงให้ตรงใจมากขึ้นกว่าเดิม จนกลายเป็น New Kicks e-Power

ปรับใหม่ทั้งนอกและใน ใส่เทคโนโลยีเพียบ



อันดับแรกในด้านรูปโฉมยังคงเส้นสายหลักเอาไว้เช่นเดิม จะมีจุดที่แตกต่างเห็นได้ชัดก็เป็นตรงด้านไฟท้าย ซึ่งมีแผงทับทิมต่อยาวคาดตามฝาท้ายเชื่อมระหว่างไฟท้ายทั้ง 2 ด้าน ส่วนที่น่าสนใจ คือ Nissan ได้มีการเติมรุ่น Autech เข้ามาใน Kicks ใหม่นี้ โดยเป็นการเสริมอุปกรณ์ตกแต่งในด้านความสวยงาม เป็นชุด Aeroparts รอบคัน พร้อมกับสีพิเศษที่แตกต่างไปจาก Kicks รุ่นมาตรฐานทั่วไป แต่ทาง Nissan ก็ได้กระซิบมาว่า หากอยากได้สีธรรมดาแต่เป็น Autech ก็สามารถเลือกได้เช่นกัน สำหรับชื่อ Autech นี้ หลายท่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก อันที่จริงแล้วก็เปรียบเสมือนเป็นน้องรองของ Nismo ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตกแต่งคู่บารมีของ Nissan ที่เน้นเรื่องสมรรถนะเป็นหลัก โดย Autech จะลดดีกรีความแรงลงมานั่นเอง



ส่วนภายในก็มีการออกแบบชุดแผงหน้าปัด และส่วนคอนโซลกลางใหม่หมด ทำให้ดูมีความหรูหราไฮเทคมากขึ้นกว่าของเดิม และยังให้ความสะดวกสบายตรงบริเวณที่วางเท้าผู้โดยสารตอนหน้ามากขึ้นอีกด้วย คันเกียร์ไฟฟ้าดีไซน์ใหม่ใช้งานได้ง่ายขึ้น เพิ่มวัสดุบุนุ่มคุณภาพสูงในหลายๆ จุดที่สัมผัสกับผู้ใช้งานบ่อยๆ เช่น ที่พนักวางแขน ที่คอนโซลกลาง นอกจากนี้ยังให้ความใส่ใจกับส่วนที่ลูกค้ามีการใช้งานเป็นประจำ อาทิ ที่วางแก้วตอนหน้าใหม่ ที่สามารถรองรับแก้วเครื่องดื่มได้ทุกแบบและทุกขนาดที่มีอยู่ในตลาด  ซึ่งการออกแบบนี้เป็นผลมาจากการวิจัยความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง  นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงระบบอินโฟเทนเมนต์ นิสสันคอนเน็ค (NissanConnect) ให้รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android Auto** และ Apple CarPlay ให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นจากสมาร์ทโฟนผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้อย่างสะดวกสบายความกว้างขวางของห้องโดยสารผู้ใหญ่ 4 คนนั่งกันได้หลวม ๆ สบาย ๆ หรือจะแทรกเด็กคนที่ 5 ก็ยังไปกันได้สบายไม่อึดอัด

สำหรับสิ่งที่ต้องชมกันมากหน่อย ก็เป็นเรื่องของช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกมั่นใจได้ดี รวมถึงความนุ่นนวลที่ผสานกันได้อย่างลงตัว และการเลือกใช้ยางชั้นดีคุณภาพสูง (Continental) ก็ยิ่งทำให้มีผลต่อความนุ่มนวลและความเงียบภายในห้องโดยสารตามมาอีกด้วย

e-Power เจเนอเรชั่น 2


ระบบขับเคลื่อนอี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 ของนิสสัน ได้รวมเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) กับมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) ไว้เป็นชุดเดียวกัน ทำให้มีน้ำหนักเบาลงถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และได้มีการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนเป็น 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 30% เทียบกับรุ่นก่อนหน้า  โดยระบบอี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 จะให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร (Nm)



จากการที่ได้สัมผัสในสนามทดสอบที่ทาง Nissan ได้จัดขี้น อัตราเร่งของมอเตอร์ไฟฟ้าทำได้ดีมาก การควบคุมคันเร่งไม่กระโชกโฮกฮาก ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลว่าเวลาเดินคันเร่งจะกระโจนหรือเปล่า เนื่องจากในรถไฟฟ้าบางคันที่ปรับจูนคันเร่งไม่ดีจะมีอาการแบบที่ว่าได้ ทำให้ต้องปรับตัวกันขนานใหญ่กว่าจะคุ้นชิน

ในส่วนของเครื่องปั่นไฟนั้นเป็นเครื่องยนต์ DOHC แบบ 3 สูบ 12 วาล์ว ความจุ 1.2 ลิตร ทำหน้าที่เสมือนโรงไฟฟ้าส่วนตัวที่สร้าง และจ่ายกระแสไฟให้กับเจเนอเรเตอร์ และอินเวอร์เตอร์เพื่อชาร์จเข้าสู่แบตเตอรี่ขับเคลื่อน ด้วยการผสานเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุมากขึ้นนี้ นอกจากจะให้พละกำลังมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการขับขี่ในเมือง และ 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ในการขับขี่โดยเฉลี่ย*

e-Pedal Step ของใหม่นุ่มนวลขึ้น


e-Pedal Step นวัตกรรมจาก Nissan ที่ให้ความสะดวกสบายและขับขี่ง่ายไม่เหนื่อย  เมื่อผู้ขับขี่อยู่ในโหมด สปอร์ต & อีโค จะสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้ด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว  โดยเมื่อยกเท้าขึ้นจากคันเร่ง รถสามารถชะลอความเร็วลงอย่างนุ่มนวล และคงปล่อยไหลไปได้อย่างต่อเนื่องในย่านความเร็วต่ำ เสริมความสะดวก และเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หรือเมื่อต้องผ่านถนนที่มีลูกระนาด รวมถึงในเส้นทางที่คดเคี้ยว ซึ่งต้องมีการชะลอความเร็วอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงการถอยจอด และกลับรถอีกด้วย e-Pedal ของเดิมนั้นจะรู้สึกหน่วงหนืด ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ค่อยคุ้นเคยต้องปรับตัวกันระยะหนึ่ง ในขณะที่ e-Pedal Step ใหม่นี้ จะมีความรู้สึกคล้ายรถที่ใช้เครื่องยนต์แบบที่เราคุ้นเคยกันมากกว่า

เทคโนโลยีความปลอดภัยเพียบเต็มลำ



Nissan ได้เพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันหรือ Nissan’s 360° SAFETY SHIELD ใน Kicks e-Power ใหม่ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับการปกป้องเต็มที่ และสามารถขับขี่ด้วยความมั่นใจในทุกการเดินทาง  เทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามาได้แก่ เทคโนโลยีแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง หรือ Lane Departure Warning (LDW) โดยหากระบบตรวจจับได้ว่ารถกำลังเบี่ยงออกนอกเลนโดยที่ไม่มีการเปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ขับขี่ โดยการสั่นที่พวงมาลัย และเทคโนโลยีเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ หรือ High Beam Assist (HBA) ที่จะปรับระดับการส่องสว่างของไฟหน้า พร้อมตรวจจับและตอบสนองความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของรถที่วิ่งสวนทางแบบอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงต่างๆ ที่ติดตั้งมาอีก อาทิ เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ หรือ Intelligent Cruise Control (ICC) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ หรือ Intelligent Emergency Braking (IEB) เทคโนโลยีเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ หรือ Intelligent Forward Collision Warning (IFCW) และ เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา หรือ Blind Spot Warning (BSW) ซึ่งมีอยู่แล้วในนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นก่อนหน้า ยังคงให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่

Nissan Kicks e-Power คือ รถพลังงานไฟฟ้าที่มีเครื่องปั่นไฟติดตัวมาด้วย ทำให้มีความคล่องตัวสะดวกสบายไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการชาร์จไฟแบตเตอรี่ ด้วยความที่บ้านเรายังไม่พร้อมในเรื่องระบบการชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ Kicks น่าจะตอบโจทย์ ให้กับผู้ต้องการมีความเป็นอิสระในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างน่าสนใจคันหนึ่งทีเดียว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้