THE NEW MU-X PRESS TRIP

858 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หลังจากที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้เปิดตัวรถใหม่ทั้งในรุ่นพิคอัพ ดี-แมกซ์ และพีพีวี มิว-เอกซ์ ใหม่ ที่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ทั้งในเรื่องความหรูหรา สวยงามของรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเข้ามาในตัวรถมากมาย ซึ่งเราได้มีโอกาสได้ไปลองขับและทดสอบการใช้งานของระบบตัวช่วยต่างๆ กันที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ มาแล้วในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2565  


ในทริพนี้ทางอีซูซุจึงได้จัดให้ผู้สื่อข่าวได้ลองขับ มิว-เอกซ์ ใหม่ ในสภาพการใช้งานจริง โดยบินตรงจาก กทม.ไปยังจังหวัดลำปางเพื่อได้ขับรถท่องเที่ยวกันไปตามเส้นทางมุ่งตรงสู่ จ.เชียงใหม่ โดยเราได้เป็นทั้งผู้ขับและผู้โดยสารสลับกันไปกับเพื่อนผู้สื่อข่าวที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ซึ่งรถทั้งหมดในขบวนคาราวานได้มาจอดรอพวกเราอยู่ที่สนามบินลำปางเพื่อเราได้ลองสมรรถนะและความสะดวกสบายตามสภาพการใช้งานจริงทั้งในเมืองและนอกเมือง
 

เราได้ขับรถเบอร์ 5 อยู่รองสุดท้ายของขบวน ซึ่งเป็นรุ่น MU-X 1.9 Ddi ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC คอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชัน พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบครีบ VGS มาพร้อม อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รตน. แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-ม. ที่ 1,800-2,600 รตน. ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบ Sequential Shift พร้อม Manual Mode บวก ลบ ที่รองรับน้ำมันดีเซลได้ถึง B20

 


ในช่วงแรกได้ขับกันอยู่ในตัวเมืองลำปางเป็นระยะทางสั้นๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตัวรถ เบาะผู้ขับขี่สามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบบ Auto Brake Hold ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในช่วงที่รถเคลื่อนที่หรือจอดช่วงติดสัญญาณไฟโดยที่เราไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์แต่อย่างใด พอคันหน้าเคลื่อนที่ เราก็เหยียบคันเร่งเดินทางต่อได้เลย



ขับไปสักครู่ก็แวะดื่มกาแฟกันที่ MIXIRISTA คาเฟ่สุดฮิตในนครลำปางและรับฟังบรีฟกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงสองวันนี้ หลังจากนั้นขบวนรถทั้งหมดก็ออกเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านแสร้งว่า ในสไตล์อาหารไทยร่วมสมัยที่มีรสชาติดีในเมนูที่หลากหลาย หลังจากอิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อย เราเดินทางกันต่อไปที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ในตัวเมืองลำปางที่มีเรื่องราวประวัติความเป็นมาของบริษัทในเครือธนบดี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดเซรามิคและชามไก่ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของลำปางที่เรารู้จักกันดี พร้อมเข้าชมการสาธิตผลิตชามไก่แบบโบราณให้พวกเราได้ชมกันด้วย รวมไปถีงการผลิตเซรามิคแบบสมัยใหม่ในยุคปัจจุบัน เทคนิคการวาดลวดลายไก่บนถ้วยชาม และ ณ จุดนี้เราได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม Work Shop วาดลวดลายบนชามเซรามิคก่อนจะนำไปเข้าเตาอบอันเป็นจบสิ้นกระบวนการ และได้ถ้วยซึ่งมีลวดลายสวยๆ จากฝีมือเรากลับบ้านเป็นที่ระลึก

 


คราวนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะได้ทดลองขับ MU-X 1.9 ใหม่กันอย่างจริงจังเป็นระยะทาง 100 กว่า กม. บนเส้นทางลำปาง-เชียงใหม่ ผ่านดอยขุนตาลที่เต็มไปด้วยโค้งโหดๆ ลัดเลาะไปตามเนินเขาสูงต่ำสลับกันไป เรายังคงขับขี่กันเป็นขบวนคาราวานความเร็วที่ในช่วง 80-110 กม./ชม. มิว-เอกซ์ ใหม่ เป็นรถที่ให้ความสะดวกสบายสูง ที่นั่งแบบ 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ตำแหน่ง การตกแต่งภายในใช้วัสดุที่ดี การให้สีสันเน้นความเรียบหรู แม้ว่ารถรุ่นใหม่นี้จะใช้ขนาดล้อถึง 20 นิ้ว ระบบรองรับปรับเซทมาเน้นความนุ่มนวลแต่ก็ยังคงให้การควบคุมบังคับที่ดีในช่วงความเร็วเดินทางตามกม.กำหนด การขับที่ความเร็วสูงอาจจะต้องใช้สมาธิเพิ่มขึ้นในการควบคุมรถที่ไม่ได้เน้นการขับขี่ใช้งานแบบสปอร์ท แต่เป็นรถที่ขับง่ายแม้ตัวรถจะมีขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่จาการที่มีตัวช่วยเช่น กล้องมองหลังในขณะถอยจอด การเตือนในขณะเปลี่ยนช่องทางวิ่งเมื่อมีรถขับอยู่ด้านข้างในมุมอับ ระบบเสียงเตือนเมื่อตัวรถขับออกนอกช่องทางวิ่ง การเตือนเมื่อมีผู้ขับหรือผู้โดยสารไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย ฯลฯ 


สำหรับการเดินทางไกลเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ตัวนี้ใช้รอบเครื่องค่อนข้างต่ำ ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เข็มวัดรอบกวาดไปที่ตำแหน่งแค่ 1,500 รอบต่อนาทีเท่านั้นเอง ช่วยเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิง และลดการสึกหรอรวมไปถึงเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ลงไปได้มากทีเดียว การเดินทางไกลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อดูจากมาตรวัดที่หน้าปัดจะอยู่ที่ราวๆ 12-13 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดน้ำมันพอสมควรจากตัวที่ที่มีขนาดใหญ่ แม้จะใช้เครื่องยนต์แค่ 1.9 ลิตร แต่ก็สามารถวิ่งเข้าขบวนกับเพื่อนๆ บางคันที่ใช้รุ่น 3.0 ลิตรได้โดยไม่ต้องเค้นมากมาย อัตราเร่งในช่วงออกตัวและโดยเฉพาะในช่วงตีนต้นทำได้ดี ให้ความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง แต่ที่ความเร็วสูงๆ ความเร็วอาจไต่ระดับขึ้นช้าหน่อยจากการใช้เครื่องยนต์แค่ 1.9 ลิตร แต่เมื่อลอยตัวแล้วก็ไหลตามรถเพื่อนๆ ในขบวนไปได้อย่างสบาย

 

การขับเข้าโค้งตามเนินเขาช่วงขุนตาลการควบคุมบังคับยังคงเป็นไปด้วยดี โดยที่เราสามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยแพดเดิลชิฟท์ที่ด้านหลังพวงมาลัยเพื่อเพิ่มอัตราเร่งโดยเฉพาะในจังหวะเร่งแซง หรือหน่วงชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้งที่ให้การตอบสนองการขับขี่ได้เป็นอย่างดีและปลอดภัย เป็นรถที่นั่งสบายมากกว่าจะใช้งานที่ความเร็วสูงเป็นประจำ ในขณะที่เข้าโค้งเร็วเกินไปและตัวรถเสียอาการ จะมีระบบควบคุมเสียรภาพการทรงตัว ESC รวมไปถึงระบบป้องกันการลื่นไถล เข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ


ในช่วงก่อนเข้าเชียงใหม่ เรามีโอกาสได้ลองใช้ระบบ Active Cruise Control ที่ทำงานได้อย่างเฉลียวฉลาดทีเดียว เพิ่มความสะดวกสบายในการขับรถเป็นระยะทางไกลๆ เพียงแค่เราตั้งความเร็วในจุดที่เราต้องการ เมื่อเจอรถคันหน้าที่วิ่งช้ากว่ารถเรา ระบบจะทำการชะลอรถโดยที่เราสามารถเซทระยะห่างจากรถคันหน้าได้ และเมื่อรถคันหน้าเพิ่มความเร็วมากขึ้น รถเราก็จะวิ่งเร็วขึ้นตามจนไปถึงความเร็วที่เรากำหนดไว้ รถจะสามารถชะลอความเร็วไปจนถึงจุดหยุดนิ่ง และถ้าจอดในระยะสั้นๆ แค่ 2 วินาที แล้วรถคันหน้ามีการเคลื่อนที่ต่อ รถเราก็จะขยับตามโดยที่เราไม่ต้องเหยียบคันเร่งเลย แค่ถือพวงมาลัยบังคับทิศทางก็พอแล้ว ระบบนี้ให้ความสะดวกสบายมากทีเดียวทั้งการใช้งานในเมืองและนอกเมือง


เราใช้เวลาเดินทางกันราวชม.ครึ่งก็มาถึงอีกจุดหนึ่งที่เราจะแวะเข้าชมคือ Tiger Kingdom หรือ คุ้มเสือ แห่งเชียงใหม่ ที่เลี้ยงแต่เสือไว้หลากหลายพันธุ์ร่วม 40 ตัว ซึ่งเปิดบริการมาราว 15 ปี จัดกรงและวางผังการเดินชมไว้เป็นอย่างดี ทำให้เราได้รับความรู้และใกล้ชิดกับเสือซึ่งเป็นสัตว์ดุร้ายได้ราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเลยทีเดียว หลังจากนั้นเราก็เดินทางเข้าไปรับประทานอาหารมื้อค่ำกันแถวนิมมานกันที่ร้าน Ginger Farm Kitchen ที่มีอาหารหลากหลายทั้งพื้นเมือง อาหารฝรั่ง อาหารไทยหลากรสเลยทีเดียว และได้มีโอกาสเดินเล่นบริเวณตลาดนัดใกล้ๆ ร้านอาหารที่เริ่มมีชาวต่างชาติมาเดินเที่ยว นั่งดื่มเบียร์กันอย่างหนาตา ราวกับเรากำลังเดินชมเมืองอยู่ในต่างประเทศเลยทีเดียว
 
จากนั้นเราก็เดินทางเข้าที่โรงแรม Cross Chiang Mai Riverside ริมแม่น้ำปิง ที่บริเวณโดยรอบที่พักมีธรรมชาติและรายละเอียดในการตกแต่งตัวอาคารที่งดงาม เราตื่นมายามเช้าท่ามกลางอุณหภูมิ 21 องศา น้ำในแม่น้ำปิงช่วงนี้ไม่สูงมากนัก และเราเดินทางไปในช่วงวันธรรมดาทำให้บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเงียบสงบไม่พลุกพล่าน หลังจากรับประทานอาหารเช้าแสนอร่อยเป็นที่เรียบร้อย เรามีเวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งกับที่พักอันร่มรื่น เงียบสงบจนถึง 11 น. ก็ได้เวลาล้อหมุนกันอีกครั้งเพื่อไปทานอาหารเที่ยงในบรรยากาศรอมทุ่งนาแถบแม่ริมที่ร้าน ครัวหลองข้าว ที่เน้นความอร่อยของอาหารพื้นเมืองทางเหนือเป็นหลัก ในวันนี้เราขับรถเล่นอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ในระยะทางสั้นๆ ก่อนขึ้นเครื่องบินได้แวะดื่มชา กาแฟ รสชาดดีที่มีเมนูเครื่องดื่มอันหลากหลายกันที่ร้าน Roast8ry Coffee Flagship Store แถวย่านนิมมาน เราใช้เวลาดื่มด่ำกับชา กาแฟ และบรรยากาศโดยรอบกันราว 1 ชม. ก่อนออกเดินทางในช่วงสุดท้ายไปที่สนามบินเชียงใหม่ เป็นอันจบทริพที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันงดงามตลอดการเดินทางในครั้งนี้
 

ขอขอบพระคุณ : ผู้บริหารจากบริษัท ตรีเพชรีซูซุเซลส์ จำกัด และทีมงามทุกท่านที่ได้จัดทริพและดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตลอดการเดินทางในครั้งนี้นะครับ       

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้